<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กระดานดำออนไลน์</title>
	<atom:link href="http://www.kradandum.com/myblog/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.kradandum.com/myblog</link>
	<description>กับความหลากหลายของชึวิต</description>
	<lastBuildDate>Sun, 26 Jun 2011 16:35:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>งานที่ภูมิใจที่สุดในการเป็นเว็บมาสเตอร์</title>
		<link>http://www.kradandum.com/myblog/?p=40</link>
		<comments>http://www.kradandum.com/myblog/?p=40#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 16:32:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kradandum.com/myblog/?p=40</guid>
		<description><![CDATA[ &#8220;สังฆโสภณกถา&#8221; (ต้นฉบับ http://www.kradandum.com/tasana/index.htm) ในการบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน ในพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง วันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท) วัดพระเชตุพน รับพระราชทานถวาย &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.  ตั้งใจจะอุปถัมภก ป้องกันขอบขัณฑสีมา ยอยกพระพุทธศาสนา รักษาประชาชนและมนตรี      ตลอดเวลา ๒๖,๔๖๙ วัน (๗๒ ปี ๕ เดือน ๑๙ วัน) สมเด็จพระบรมพิตร พระราชสมภารเจ้าก็ได้ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างไพศาลยังความร่มเย็นชุ่มให้แก่พสกนิกรประเทศชาติดุจต้นโพธิ์ ใหญ่ใบหนาแน่น แม้พระองค์ทรงเป็นจอมทัพตามรัฐธรรมนูญ มิต้องทรงบัญชาการรบโดยตรงแต่เมื่อ ยามที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมือง ก็ทรงขจัดปัดเป่ามิให้ลุกลามจนพ้นจากภัย พิบัติ สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชเจ้า พระองค์นั้น ทรงเผชิญกับการสงครามภายนอก ที่ก่อ ความไม่สงบรุกรานพระราชอาณาจักร ซึ่งเกิดแต่ประเทศใกล้เคียง ส่วนสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า &#8230; <a class="read-excerpt" href="http://www.kradandum.com/myblog/?p=40">Continue reading <span class="meta-nav">&#187;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellpadding="2" width="768">
<tbody>
<tr>
<td width="85%" bgcolor="#fffff4" bordercolor="#ffffcc">
<div>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="2" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td width="100%"> <span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: x-large;"><strong>&#8220;สังฆโสภณกถา&#8221; (ต้นฉบับ <a href="http://www.kradandum.com/tasana/index.htm">http://www.kradandum.com/tasana/index.htm</a>)</strong></span><img src="http://www.kradandum.com/tasana/king01_m.jpg" border="0" alt="" width="433" height="302" /></td>
</tr>
<tr>
<td width="100%">
<div>
<table border="2" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top"><a href="http://www.kradandum.com/tasana/king02.jpg" target="_blank"><img src="http://www.kradandum.com/tasana/king02_s.jpg" border="0" alt="" width="200" height="133" /></a></td>
<td align="center" valign="top"><a href="http://www.kradandum.com/tasana/tamma01.jpg" target="_blank"><img src="http://www.kradandum.com/tasana/tamma01_s.jpg" border="0" alt="" width="200" height="133" /></a></td>
<td align="center" valign="top"><a href="http://www.kradandum.com/tasana/tamma02.jpg" target="_blank"><img src="http://www.kradandum.com/tasana/tamma02_s.jpg" border="0" alt="" width="200" height="133" /></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;"><strong><span style="color: #0033cc;">ในการบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน ในพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่า<br />
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช<br />
ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง<br />
วันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ เวลา ๑๗.๐๐ น.<br />
พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท) วัดพระเชตุพน<br />
รับพระราชทานถวาย</span></strong><br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</span> </p>
<div>
<table border="0" cellspacing="5" cellpadding="5" width="80%">
<tbody>
<tr>
<td width="50%"><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: large;"><strong>ตั้งใจจะอุปถัมภก<br />
ป้องกันขอบขัณฑสีมา</strong></span></td>
<td width="50%" align="center"><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: large;"><strong>ยอยกพระพุทธศาสนา<br />
รักษาประชาชนและมนตรี</strong></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">     <strong><span style="color: #0033cc;">ตลอดเวลา ๒๖,๔๖๙ วัน (๗๒ ปี ๕ เดือน ๑๙ วัน) </span></strong>สมเด็จพระบรมพิตร พระราชสมภารเจ้าก็ได้<br />
ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างไพศาลยังความร่มเย็นชุ่มให้แก่พสกนิกรประเทศชาติดุจต้นโพธิ์<br />
ใหญ่ใบหนาแน่น <span style="color: #0033cc;">แม้พระองค์ทรงเป็นจอมทัพตามรัฐธรรมนูญ มิต้องทรงบัญชาการรบโดยตรง</span><span style="color: #ff00ff;">แต่เมื่อ<br />
ยามที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมือง ก็ทรงขจัดปัดเป่ามิให้ลุกลามจนพ้นจากภัย<br />
พิบัติ </span><strong><span style="color: #0033cc;">สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชเจ้า พระองค์นั้น ทรง</span><span style="color: #ff00ff;">เผชิญกับการสงครามภายนอก</span> </strong>ที่ก่อ<br />
ความไม่สงบรุกรานพระราชอาณาจักร ซึ่งเกิดแต่ประเทศใกล้เคียง <strong><span style="color: #0033cc;">ส่วนสมเด็จพระบรมบพิตร<br />
พระราชสมภารเจ้า </span><span style="color: #ff00ff;">ทรงต่อสู้กับสงครามภายใน คือสงครามเศรษฐกิจ</span></strong>ซึ่งเกิดแก่ประเทศทั่วโลกที่กว้าง<br />
ใหญ่กว่าสมัยก่อน ทรงเป็นมิ่งขวัญกำลังใจผสกนิกรสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยดี<span style="color: #ff00ff;"> ได้ทรงมีพระราช<br />
ดำริพระราชทานโครงการต่างๆ นับประมาณ ๒,๕๐๐ โครงการ</span> ล้วนแต่เป็นส่วนยังประเทศชาติให้<br />
เจริญมั่นคง ประชาชนอยู่ดีมีสุขเช่นปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจวิกฤต ก็<span style="color: #0033cc;">พระราชทานโครงการเศรษฐกิจ<br />
พอเพียง</span> โดยรัฐบาลได้น้อมรับพระราชทานโครงการนั้นๆไปสนองพระราชดำริและมิเพียงแต่<br />
สมเด็จพระบรมพิตร พระราชสมภารเจ้าเท่านั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชนินาถ พระราชโอรส<br />
พระราชธิดา ตลอดทั้งสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เมื่อยังพระชนม์อยู่ก็ทรงร่วมเป็นขบวน<br />
การในสงครามนั้นๆ ด้วย ในส่วนพระบวรพุทธศาสนา สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า<br />
ทรงเป็นมหาอุบาสก ทรงทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ด้วยพระราชศรัทธาอย่างยิ่งในพระรัตนตรัย<br />
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลนานาประการ ทรงเจริญจิตตภาวนาอยู่เนืองนิตย์</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">     สมเด็จพระบรมพิตร พระราชสมภารเจ้า และสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช ทั้งสองพระองค์<br />
แม้จะทรงมีพระราชกรณียกิจสำคัญต่างกาล ต่างสมัย แต่ทรงมีพระราชปณิธานเสมือนเป็นหนึ่ง<br />
เดียวกัน กล่าวคือ สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ก็ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #ff00ff; font-size: large;"><strong>&#8220;เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม&#8221;</strong></span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">     พระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ของสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้านั้น ยังความสง่างาม<br />
ให้ปรากฏในหมู่พสกนิกร และประเทศชาติ แม้นานาประเทศต่างซาบซึ้งสรรเสริญพระเกียรติคุณอัน<br />
ไพศาล ทั้งนี้ ก็ด้วยทรงตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม และทรงเจริญในสังฆโสภณธรรม ๕ ประการ<br />
ดังที่ได้รับพระราชทานไว้ ณ เบื้องต้นว่า <strong><span style="color: #0033cc;">โย โหติ พฺยตฺโต จ วิสารโท</span></strong> เป็นอาทิ ความว่า ผู้ใด </span></p>
<ul type="circle">
<li><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: large;"><strong>เป็นคนฉลาด ๑</strong> </span></li>
<li><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: large;"><strong>กล้าหาญ ๑</strong> </span></li>
<li><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: large;"><strong>ได้สดับฟังมาก ๑</strong></span></li>
<li><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: large;"><strong>เป็นผู้ทรงธรรม ๑ และ</strong></span></li>
<li><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: large;"><strong>เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตามคลองธรรม ๑</strong> </span></li>
</ul>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">     ผู้เช่นนั้น เรากล่าวได้ว่า ผู้ยังหมู่คณะให้สง่างาม ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">     โดยนัยพระพุทธสุภาษิต ทรงแสดงให้เห็นถึงคุณธรรมที่ยังหมู่คณะให้สง่างาม ๕ ประการ<br />
มีอรรถาธิบาย โดยสังเขป ดังนี้<br />
 <strong><span style="color: #0033cc;">    ๑. ความฉลาด</span></strong> เป็นชื่อของปัญญา คือ ความรอบรู้ในเหตุผล มี ๒ ประการคือ <strong><span style="color: #0033cc;">เป็นโกศล ๑ อย่าง</span></strong> <span style="color: #0033cc;"><strong><br />
ปฏิภาณอย่าง ๑</strong></span><br />
      <strong><span style="color: #0033cc;">  โกศล</span></strong>นั้น ได้แก่ <span style="color: #ff00ff;">ความฉลาดรอบรู้ เหตุแห่งความเจริญ </span>เรียกว่า อายโกศล ๑ ความรอบรู้<br />
เหตุแห่งความเสื่อมเรียกว่าอปายโกศล ๑ ความฉลาดรอบรู้ในอันหลีกเหตุแห่งความเสื่อมประกอบ<br />
เหตุแห่งความเจริญ เรียกอุปายโกศล ๑<br />
       <strong><span style="color: #0033cc;">ปฏิภาณ</span></strong>นั้น ได้แก่ <span style="color: #ff00ff;">ความเฉลียวฉลาดหรือไหวพริบรู้เท่าทัน</span> สามารถโต้ตอบได้ฉับพลันไม่<br />
เสียเปรียบในเชิงเจรจาและมีไหวพริบรู้เท่าทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า แล้วสามารถแก้ไขได้<br />
ทันท่วงที ปิดทางเสื่อมมิให้เกิดขึ้นแม้มีภัยที่น่าหวาดหวั่นตั้งอยู่รอบด้านย่อมอาจดำริการผ่อนปรน<br />
ช่วยตนและผู้อื่นให้รอดพันภยันตรายโดยสวัสดี</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">   <strong><span style="color: #0033cc;">  </span><span style="color: #0033cc;">๒. ความกล้าหาญ</span></strong> <span style="color: #ff00ff;">ย่อมเกิดขึ้นด้วยความมีปัญญา</span> ความกล้าหาญนั้น ได้แก่ ความเป็นผู้มีน้ำใจ<br />
อดทนบากบั่นไม่ยอมท้อต่ออุปสรรค เฉกเช่นพระมหาชนก บรมโพธิสัตว์ ที่ทรงกล้าหาญใช้วิริยะ<br />
ความเพียรจนลุถึงประโยชน์ความปรารถนา อนึ่ง ความกล้าหาญนั้นต้องมีความระมัดระวังรอบคอบ<br />
ใช้ความกล้าหาญในทางที่ชอบ ในการประกอบกิจกรรมกิจกรรมที่เป็นสุจริต เป็นสัมมาอาชีวะ มิใช้<br />
ความกล้าหาญในทางผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรมเป็นมิจฉาอาชีวะ</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">     <strong><span style="color: #0033cc;"> ๓. ความเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก</span></strong> ได้แก่<span style="color: #ff00ff;"> ผู้เป็นพหูสูตร เป็นผู้รักการศึกษา และแสวงหาวิชาความรู้<br />
เพื่อเพิ่มพูนให้มีปัญญาความฉลาด ทันกับเหตุการณ์ </span>โลกสมัยปัจจุบันวิทยาการเปลี่ยนแปลงตลอด<br />
เวลา มีสื่อติดต่อกันได้ทั่วทุกมุมโลก นอกจากศึกษาจากตำรับตำราแล้ว ยังจะต้องศึกษาจากสื่อ เช่น <br />
วิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ แล้ววิเคราะห์วิจัย ค้นคว้า พิจารณาด้วยเหตุผลในขณะเดียวกัน<br />
ก็ต้องไม่ทอดทิ้งหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการหล่อหลอมจิตใจให้<br />
ตั้งอยู่ในทางประพฤติดีปฏิบัติชอบ</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">      <span style="color: #0033cc;"><strong>๔. ผู้ทรงธรรม</strong></span> ได้แก่ <span style="color: #ff00ff;">ผู้ที่สดับฟังหรือศึกษาค้นคว้าไว้แล้ว</span> ต้องจดจำหัวข้อเป็นหลักไว้ได้ใน<br />
ทางโลก ผู้ศึกษาจะต้องจดจำหลักวิชาการนั้นให้ถูกต้อง มิฉะนั้น ก็ไม่อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้<br />
ในทางธรรมก็เช่นเดียวกัน ผู้ที่ปฏิบัติธรรม หรือจะแนะนำสั่งสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติดีถูกต้องตามธรรม<br />
นั้นๆ ต้องจดจำข้อธรรมนั้นและมีความเข้าใจเนื้อความแห่งข้อธรรมนั้นๆ ด้วยซึ่งเป็นหลักของ<br />
นักปราชญ์ประการหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">     <strong><span style="color: #0033cc;"> ๕. ผู้ปฏิบัติตามคลองธรรม</span><span style="color: #ff00ff;"> </span></strong><span style="color: #ff00ff;">โดยเหมาะสมแก่ฐานะของตน </span>เช่น เป็นผู้ใหญ่จะต้องมีเมตตากรุณา<br />
ต่อผู้น้อยผู้น้อยก็ต้องมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ ผู้นำหมู่คณะต้องมีพรหมวิหารธรรม ระมัดระวัง มิให้<br />
อคติธรรมเข้าครอบงำในการปฏิบัติหน้าที่</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">  <span style="color: #0033cc;">  สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า</span> ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ <span style="color: #ff00ff;">ทรงเจริญในสังฆโสภณธรรมทั้ง<br />
๕ ประการ</span>จึงยังความสง่างามให้เกิดขึ้น ในหมู่พสกนิกรและประเทศชาติ มีพระบรมเกียรติยศ<br />
เกียรติศักดิ์ขจรขจายไปทั่วโลกปานดั่งดวงจันทร์ในวันเพ็ญที่ลอยเด่นท่ามกลางหมู่ดวงดาวในพื้น<br />
นภากาศ ปราศจากเมฆหมอกเป็นราคี ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">   <span style="color: #ff00ff;"> ขออำนาจพระราชกุศลทักษิณานุประทานที่</span><span style="color: #0033cc;">สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสอง<br />
พระองค์ </span><span style="color: #ff00ff;">ได้ทรงบำเพ็ญให้ตั้งอยู่ด้วยดีแล้วในพระสงฆ์ ทรงพระราชอุทิศถวายส่วนพระราชกุศล<br />
ทั้งปวงนี้ </span><span style="color: #0033cc;">แด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช<br />
</span>จงเป็นผลสัมฤทธิ์สมดังพระราชเจตนาอุทิศทุกประการขอสรรพสัตว์ทุกถ้วนหน้า เทพยาดาอารักษ์<br />
ทั้งปวง และเทพยดาซึ่งสถิตในพระราชนิเวศน์ทุกองค์ จงอนุโมทนาโดยทั่วกัน.</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: large;"><strong>รตฺนตฺยานุภาเวน     กตปุญฺญสฺส  เตชสา</strong></span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">        ด้วยอานุภาพแห่งพระคุณรัตนตรัย พระเดชานุภาพแห่งพระราชกุศล บุญบารมีที่ทรงบำเพ็ญ<br />
แล้ว ขอจงอภิบาลคุ้มครองสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณ<br />
อันประเสริฐ และพระราชโอรสพระราชธิดา จงถึงพร้อมด้วยพระสรรพพรชัยมงคล มีพระชนมายุ<br />
ยืนยาวนาน เสด็จสถิตสถาพรในพระราชสิริสมบัติทรงเป็นธงชัยของประเทศชาติ ทรงประสาธน์<br />
ให้สำเร็จหิตสุขประโยชน์แก่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ</span></p>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">        รับพระราชทานถวายวิสัชนา พระธรรมเทศนายุติลง เอวํ ก็มีด้วยประการฉะนี้</span></p>
<p><strong><span style="font-family: AngsanaUPC; color: #0033cc; font-size: x-large;">ขอถวายพระพร</span></strong></p>
<div>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td width="100%">
<hr />
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p><span style="color: #0033cc;">นโม ตสฺส ภควโต อรหโน สมฺมา สมฺพุทฺธสฺสฯ<br />
โย โหติ พฺยตฺโต จ วิสารโท<br />
พหุสสุโต ธมมธโร จ โหติ<br />
ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี<br />
ส ตาทิโส วุจฺจติ สงฺฆโสภโณติ.</span></p>
<p>      บัดนี้ จักรับพระราชทานถวายวิสัชนาพระธรรมเทศนา ในสังฆโสภณกถาฉลองพระเดชพระคุณ<br />
ประดับพระปัญญาบารมี สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณ<br />
อันประเสริฐ<span style="color: #ff00ff;">เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่ทรงพระเจริญพระชนมายุเท่า</span><span style="color: #0033cc;">พระบาทสมเด็จพระพุทธยอด<br />
ฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระบรมกษัตริยาธิราช</span>จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้ง<span style="color: #ff00ff;">การพระราชพิธี<br />
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน</span><span style="color: #0033cc;"> </span>เพื่อทรงอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า<br />
จุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชพระองค์นั้นโดยทรงอนุสรณ์ถึงพระราช<br />
คุณูปการอย่างใหญ่หลวงที่ทรงมีแก่แผ่นดิน และพสกนิกรชาวไทยตลอดทั้งพระราชวงศ์เป็นล้นพ้น<br />
สุดที่จะพรรณนาได้ ด้วยพระราชหฤทัยอันงาม ที่ทรงตั้งมั่นอยู่ในพระกตัญญูกตเวทิตาธรรม และ<br />
คารวะ อปจายนธรรม ซึ่งเป็นคติวิสัยของบัณฑิตชน ทั้งยังเป็นสรรพสิริสวัสดิ พิพัฒนมงคลสูงสุด<br />
ดังพุทธวจนะในมงคลสูตรว่า <span style="color: #ff00ff;">กตญฺญตา เอตมฺมงคมุตฺตํม</span> ความเป็นผู้กตัญญูกตเวที เป็นอุดมมงคล<br />
ดังนี้ </p>
<p>     <span style="color: #0033cc;">สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า เสด็จพระราชสมภพเมื่อ</span><span style="color: #ff00ff;">วันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม<br />
พุทธศักราช ๒๔๗๐</span> <span style="color: #0033cc;">ตั้งแต่วันพระราชสมภพ จนถึง</span><span style="color: #ff00ff;">วันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓</span> <span style="color: #0033cc;"><br />
คือวันนี้ นับพระชนมวารได้ ๒๖,๔๖๙ วัน </span><span style="color: #ff00ff;">เท่ากับพระชนมวาร</span><span style="color: #0033cc;">ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า<br />
จุฬาโลกมหาราช</span> สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช พระองค์เสด็จพระราชสมภพ เมื่อ<span style="color: #ff00ff;">วันพุธที่ <br />
๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๒๗๙ </span>เสด็จ<span style="color: #ff00ff;">สวรรคตเมื่อวันที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๓๕๒ </span></p>
<p>     ก็แล ในพระบรมราชวงศ์จักรีนั้น <span style="color: #0033cc;">พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช </span><span style="color: #ff00ff;">ทรงเป็น<br />
พระมหากษัตริย์ที่มีพระชนมายุยืนยาวกว่าพระองค์อื่น</span>ที่ครองราชสมบัติสนององค์สืบต่อกันมา <span style="color: #0033cc;">จนถึง<br />
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘<br />
</span>     อนึ่ง พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชเจ้า แห่งพระบรมราชวงศ์<br />
จักรีวงศ์นี้เป็นพระราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์ ในพระราชวงศ์จักรีทรงปฏิบัติสืบต่อกันมาใน<br />
รัชกาลปัจจุบันมิใช่จะมีประเพณีนี้เป็นครั้งแรก ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธี<br />
ในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว<strong><span style="color: #ff00ff;">สามวาระ</span></strong>คือ<span style="color: #0033cc;">การพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าสมเด็จพระมหิตลา<br />
ธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก</span> เมื่อวันที่ <span style="color: #ff00ff;">๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๐๘ </span><span style="color: #0033cc;">การพระราช<br />
พิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</span>เมื่อวันที่ <span style="color: #ff00ff;">๗ มกราคม<br />
พุทธศักราช  ๒๕๒๘</span> และ<span style="color: #0033cc;">การพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระจอม<br />
เกล้าเจ้าอยู่หัว</span>เมื่อวันที่ <span style="color: #ff00ff;">๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๔</span></p>
<p>     สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ <span style="color: #ff00ff;">นับแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม<br />
พุทธศักราช ๒๕๔๓ </span>วันนี้ไปแล้ว จะ<span style="color: #0033cc;">ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงมีพระชนมายุและทรงครอง<br />
ราชย์ยืนยาวนานที่สุดในบรรดาพระมหากษัตริย์ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทย</span><span style="color: #ff00ff;"> นับแต่สมัยกรุง<br />
สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ </span>ในอภิลักขิตสมัยสมมงคลนี้ประชาชนชาว<br />
ไทยต่างมีความชื่นชม โสมนัสยินดีปรีดากันทั่วถ้วนในพระบุญญาธิการรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรม<br />
การอำนวยการขึ้นจัดงานสมโภชเป็นพิเศษ เพื่อถวายความจงรักภักดี ส่วนกลางจัดที่ท้องสนามหลวง<br />
ในวันที่ ๒๑ ถึงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม มีพิธีสืบพระชะตาแบบล้านนา เชิญไม้โพธิ์ไปค้ำต้นโพธิ์ <br />
ณ วัดพระเชตุพน ส่วนภูมิภาค จังหวัดทุกจังหวัด จัดงานอย่างประหยัดสนองพระราชประสงค์<br />
มุ่งหนักไปในการบำเพ็ญทางศาสนกิจ การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และความสามัคคี โดยความ<br />
ปรารถนาอย่างยิ่ง เพื่อขอให้ทรงสถิตสถาพรในสิริราชสมบัติยิ่งยาวนาน พร้อมด้วยสมเด็จพระนาง<br />
เจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชวงศ์จักรี</p>
<div><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;">    <span style="color: #0033cc;"><strong>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช </strong></span>สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชทรง<br />
ประกอบพระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่ในการ<span style="color: #0033cc;"><strong>สถาปนาพระบรมราชวงศ์จักรี</strong></span>ทรงสร้างความมั่นคงแก่<br />
แผ่นดิน <span style="color: #ff00ff;">ทรงพิทักษ์รักษาเอกราชและอธิปไตยของประเทศชาติ </span><span style="color: #0033cc;"><strong>ต้องเสด็จไปเป็นจอมทัพไปในงาน<br />
สงครามเกือบตลอดพระชนม์ชีพ</strong></span><span style="color: #ff00ff;">ครั้งสุดท้าย</span>ที่นับว่าสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย คือ<span style="color: #0033cc;"><strong>ได้เสด็จ<br />
ออกไปในสงครามเก้าทัพ ที่ตำบลลาดหญ้าเมืองกาญจนบุรี </strong></span>จนข้าศึกมิอาจรุกรานต่อไปและในแผ่นดิน<br />
ของพระองค์ พระราชอาณาเขตได้ขยายออกไปกว้างใหญ่ที่สุดด้วยพระบุญญาภินิหารพระองค์ยังทรง<br />
มีพระปรีชาญาณ พิจารณาถึงความสถิตสถาพรของประเทศชาติ จำต้องพึ่งหลักสำคัญคือ<br />
พระพุทธศาสนา จึง<span style="color: #ff00ff;">ทรงโปรดอาราธนาสมเด็จพระสังฆราชและพระราชาคณะพร้อมด้วยราชบัณฑิต<br />
ให้จัดการสังคายนาพระธรรมวินัยพระไตรปิฎก ปรากฏชื่อว่าพระไตรปิฎกฉบับลานทอง</span>แล้วทรง<br />
โปรดให้จัดระเบียบการปกครองบ้านเมือง ชำระสะสางปรับปรุงพระราชกำหนดกฎหมายเรียกว่า<br />
กฎหมายตราสามดวง ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีและศิลปวัฒนธรรมประเพณี เพื่อความสามัคคีเป็นปึก<br />
แผ่นแก่ชุมชน เป็นต้น สมดังพระราชปณิธานในนิราศท่าดินแดงว่า</span></div>
<div><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;"> </span></div>
<p><span style="font-family: AngsanaUPC; font-size: large;"> </p>
<p></span></td>
</tr>
<tr>
<td width="50%" valign="top" bgcolor="#fffff4"><span style="font-family: AngsanaUPC;">ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายจากพระธรรมราชานุวัตร (หลวงเตี่ย) วัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์)<br />
ผู้มีพระคุณอย่างสูงยิ่งที่ให้ข้าพเจ้าได้ไปทำงานรับใช้การศึกษาและพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกา<br />
ให้นำสังคโสภณกถามาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กระดานดำออนไลน์ เมื่อปี ๒๕๔๓<br />
ถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของข้าพเข้า</span><span style="font-family: AngsanaUPC;"><br />
นายจักรพงษ์  เจือจันทร์<br />
ผู้พิมพ์และเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต<br />
<a href="http://www.kradandum.com/">http://www.kradandum.com</a><br />
เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓</span><span style="font-family: AngsanaUPC;">หมายเหตุ พระธรรมราชานุวัตร ได้มรณภาพไปเมื่อวันจันทร์ที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๕</span><span style="font-family: AngsanaUPC;"><img src="http://www.kradandum.com/images/luangtia_1.jpg" border="1" alt="" width="195" height="291" /><br />
ภาพเมื่อปี ๒๕๔๓ ที่วัดไทยลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา<br />
ข้าพเจ้าได้นำเหรียญรางวัลที่จัดทำขึ้นสำหรับมอบให้นักเรียน<br />
ในวันแข่งขันกีฬาสีประจำปีของโรงเรียนพุทธศาสนาวัดไทย<br />
ถวายแด่พระธรรมราชานุวัตร</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kradandum.com/myblog/?feed=rss2&#038;p=40</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครบรอบ ๑๒ ปี กระดานดำออนไลน์</title>
		<link>http://www.kradandum.com/myblog/?p=37</link>
		<comments>http://www.kradandum.com/myblog/?p=37#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 01:02:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kradandum.com/myblog/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๒ กระดานดำออนไลน์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการบนโลกอินเทอร์เน็ต จากเว็บไซต์ เทคโนโลยีการศึกษา ปรับเปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆ ปีหน้า แนวทางทำเว็บคงจะเปลี่ยนไปจากเดิม ตามความรู้และประสบการณ์ที่ได้พานพบ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอย่างสม่ำเสมอ ด้วยจิตคารวะ กระดานดำออนไลน์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๒ กระดานดำออนไลน์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการบนโลกอินเทอร์เน็ต<br />
จากเว็บไซต์ เทคโนโลยีการศึกษา ปรับเปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆ</p>
<p>ปีหน้า แนวทางทำเว็บคงจะเปลี่ยนไปจากเดิม ตามความรู้และประสบการณ์ที่ได้พานพบ<br />
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>ด้วยจิตคารวะ<br />
กระดานดำออนไลน์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kradandum.com/myblog/?feed=rss2&#038;p=37</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศาลาพักร้อน</title>
		<link>http://www.kradandum.com/myblog/?p=35</link>
		<comments>http://www.kradandum.com/myblog/?p=35#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Jun 2011 15:57:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kradandum.com/myblog/?p=35</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าหากคุณคิดว่าชีวิตคือการเดินทาง ก็คงจะต้องมีการวางแผนเอาไว้เช่นกันว่าจะเดินทางกันอย่างไร บางคนอาจจะถูกกำหนดเส้นทางให้เดินมาตั้งแต่แรก บางคนเส้นทางเดินสวยหรูด้วยกลีบกุหลาบ บางคนล้มลุกคลุกคลานตั้งแต่เริ่มต้น&#8230; ผมก็เป็นนักเดินทางเช่นเดียวกัน แต่เส้นทางของผมนั้นก็คล้ายๆ กับเส้นทางของหลายๆ ท่านที่กำลัง อ่านบทความนี้ มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ บางคนอาจผ่านการเดินทางอันยาวนาน บางคนอาจเพิ่งจะเริ่มต้นก้าวย่าง แต่จุดหนึ่งที่พาเรามาพบกัน ผมขอเรียกมันว่า &#8220;ศาลาพักร้อน&#8221; วันแรกที่ย่างเข้ามาในศาลาแห่งนี้ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศแห่งความเป็นมิตรอบอวลไปทั่ว ท้องฟ้าสดใส ทุกอย่างดูงดงามเสียทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามวิถีของมัน ศาลาพักร้อนแห่งนี้มีคนเข้าออกเป็นประจำ ผมกับเพื่อนๆ ที่เข้ามาพร้อมกัน เริ่มมองเห็นรอยรั่วของหลังคา พื้นที่ผุพัง กลิ่นเหม็นเน่าจากสิ่งโสโครกที่ไม่ยอม ทำความสะอาดกัน ด้วยความที่เป็นผู้อาศัยใหม่ พวกผมได้อาสาที่จะปีนไปอุดรูรั่วของหลังคา ซ่อมพื้นที่ผุพัง และกำจัด กลิ่นเหม็นให้หมดไป ช่วงแรกๆ ที่พวกผมได้ลงมือกระทำ ก็ถูกคัดค้านจากคนเก่าว่า &#8220;ไม่ต้องไปทำมันหรอก อยู่อย่างนี้ดีแล้ว&#8221; ผมถามเขาไปว่า &#8220;ถ้าหากฝนมันตกล่ะ พวกเราจะไม่เปียกกันหรือ&#8221;  &#8220;ก็อย่าไปอยู่ตรงนั้นสิหลบมันเสียก็สิ้นเรื่อง&#8221; เช่นเดียวกับพื้นที่ผุพัง &#8220;ก็อย่าไปเหยียบตรงนั้น&#8221; สำหรับกลิ่นเหม็นเน่า &#8220;ก็ออกห่างๆ มัน&#8221; คนที่มาอยู่ก่อนตอบพวกผม แรกๆ ผมก็ไม่เข้าใจ พยายามจะทำให้มันดีขึ้นมาให้ได้ โดยมีเพื่อนๆ ที่เข้ามาพร้อมกันออกแรงช่วย สุดท้ายพวกเราก็จำต้องอยู่ในสภาพเดิม &#8230; <a class="read-excerpt" href="http://www.kradandum.com/myblog/?p=35">Continue reading <span class="meta-nav">&#187;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">ถ้าหากคุณคิดว่าชีวิตคือการเดินทาง ก็คงจะต้องมีการวางแผนเอาไว้เช่นกันว่าจะเดินทางกันอย่างไร<br />
บางคนอาจจะถูกกำหนดเส้นทางให้เดินมาตั้งแต่แรก บางคนเส้นทางเดินสวยหรูด้วยกลีบกุหลาบ<br />
บางคนล้มลุกคลุกคลานตั้งแต่เริ่มต้น&#8230;</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">ผมก็เป็นนักเดินทางเช่นเดียวกัน แต่เส้นทางของผมนั้นก็คล้ายๆ กับเส้นทางของหลายๆ ท่านที่กำลัง<br />
อ่านบทความนี้ มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">บางคนอาจผ่านการเดินทางอันยาวนาน บางคนอาจเพิ่งจะเริ่มต้นก้าวย่าง แต่จุดหนึ่งที่พาเรามาพบกัน<br />
ผมขอเรียกมันว่า &#8220;ศาลาพักร้อน&#8221;</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">วันแรกที่ย่างเข้ามาในศาลาแห่งนี้ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศแห่งความเป็นมิตรอบอวลไปทั่ว<br />
ท้องฟ้าสดใส ทุกอย่างดูงดงามเสียทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามวิถีของมัน ศาลาพักร้อนแห่งนี้มีคนเข้าออกเป็นประจำ ผมกับเพื่อนๆ<br />
ที่เข้ามาพร้อมกัน เริ่มมองเห็นรอยรั่วของหลังคา พื้นที่ผุพัง กลิ่นเหม็นเน่าจากสิ่งโสโครกที่ไม่ยอม<br />
ทำความสะอาดกัน</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">ด้วยความที่เป็นผู้อาศัยใหม่ พวกผมได้อาสาที่จะปีนไปอุดรูรั่วของหลังคา ซ่อมพื้นที่ผุพัง และกำจัด<br />
กลิ่นเหม็นให้หมดไป</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">ช่วงแรกๆ ที่พวกผมได้ลงมือกระทำ ก็ถูกคัดค้านจากคนเก่าว่า<span style="color: #ff0000;"> &#8220;ไม่ต้องไปทำมันหรอก อยู่อย่างนี้ดีแล้ว&#8221;</span><br />
ผมถามเขาไปว่า <span style="color: #004200;">&#8220;ถ้าหากฝนมันตกล่ะ พวกเราจะไม่เปียกกันหรือ&#8221; <br />
</span><span style="color: #ff0000;">&#8220;ก็อย่าไปอยู่ตรงนั้นสิหลบมันเสียก็สิ้นเรื่อง&#8221;</span> เช่นเดียวกับพื้นที่ผุพัง <span style="color: #ff0000;">&#8220;ก็อย่าไปเหยียบตรงนั้น&#8221;<br />
</span>สำหรับกลิ่นเหม็นเน่า <span style="color: #ff0000;">&#8220;ก็ออกห่างๆ มัน&#8221;</span> คนที่มาอยู่ก่อนตอบพวกผม</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">แรกๆ ผมก็ไม่เข้าใจ พยายามจะทำให้มันดีขึ้นมาให้ได้ โดยมีเพื่อนๆ ที่เข้ามาพร้อมกันออกแรงช่วย<br />
สุดท้ายพวกเราก็จำต้องอยู่ในสภาพเดิม แต่เรายังไม่ยอมแพ้</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">วันหนึ่ง ผมมีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน ขณะที่กลับมายังศาลาพักร้อนแห่งเดิม ผมคิดว่า น่าจะหาต้นไม้<br />
หรือดอกไม้มาประดับไว้ที่ศาลาบ้าง เพื่อความร่มรื่นและสวยงาม</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">วันแรกที่ผมเริ่มลงมือปลูก ก็มีคนทัดทานว่า <span style="color: #ff0000;">&#8220;ไม่ต้องปลูกมันหรอก&#8221;</span> แต่ผมก็ดันทุรังแอบปลูกจนได้<br />
เหตุผลของผมก็คือ ผมอยากให้ต้นไม้ต้นนี้แผ่ กิ่งก้านและให้ร่มเงากับผู้ที่จะเข้ามาทีหลัง<br />
<span style="color: #ff0000;">แต่ที่นี่เขาไม่ชอบไม้ยืนต้น เขาชอบปลูกผักชีกับถั่วงอก</span></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;">แม้ผมจะจากศาลาพักร้อนแห่งนี้มาหลายปีแล้ว ทุกวันนี้ ต้นไม้ที่ผมปลูก ได้เติบใหญ่และออกดอกผล<br />
ให้ผู้มาอาศัยได้เก็บกินอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งก็เกิดจากความดันทุรังของผมนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #004200;"><strong>การเดินทางของผมยังไม่สิ้นสุด ผมจะแอบปลูกต้นไม้ที่ศาลาพักร้อนแห่งใหม่อีก.</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif;"><span style="color: #ff0000;">หมายเหตุ </span>บทความนี้ผมเขียนเมื่อต้นปี ๒๕๔๐ ในกระดาษสมุดและพับเก็บไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง เผอิญไปหยิบหนังสือเล่มนั้น<br />
<span style="color: #000080;"><strong>&#8220;โลก เหล้า และความรัก&#8221;</strong></span> ของ <span style="color: #000080;">&#8220;โกวเล้ง&#8221;</span> มาอ่าน ก็เลยเจอต้นฉบับ<br />
คิดเอาเองว่า เรื่อง &#8220;ศาลาพักร้อน&#8221; นี้น่าจะให้แง่คิดกับใครสักคนบ้าง ก็เท่านั้นเองครับ.</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kradandum.com/myblog/?feed=rss2&#038;p=35</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>๙ มิถุนา อาลัยน้องรัก &#8220;จักรพันธ์  เจือจันทร์&#8221;</title>
		<link>http://www.kradandum.com/myblog/?p=30</link>
		<comments>http://www.kradandum.com/myblog/?p=30#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Jun 2011 22:51:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kradandum.com/myblog/?p=30</guid>
		<description><![CDATA[๙ มิ.ย.๒๕๕๔ หากน้องชายผมมีชีวิตอยู่ปีนี้คงอายุ ๓๘ ปีแล้ว ท่ามกลางข่าวความสูญเสียของผู้ป่วยจากโรคไข้เลือดออกตามสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ครอบครัวของข้าพเจ้าและครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักก็คงต้องหวนรำลึกถึงบุคคลที่จากด้วยโรคไข้เลือดออก มหันตภัยร้ายที่มนุษย์ยังไม่สามารถเอาชนะได้ ทุกๆ ปีในช่วงนี้มักจะมีข่าวคราวเรื่องของโรคไข้เลือดออกและการเสียชีวิตของผู้ป่วย หากย้อนหลังกลับไปเมื่อ ๑๖ ปีที่แล้ว น้องชายข้าพเจ้าเป็นกรณีตัวอย่างที่เสียชีวิตจากไข้เลือดออก เนื่องจากการวินิจฉัยโรคที่คลาดเคลื่อน เพราะอาการของโรคคล้ายกับไข้หวัด น้องชายข้าพเจ้าจึงไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง กระทั่งต้องมาจบชีวิตลง หลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่กี่วัน การสูญเสียน้องชายของข้าพเจ้า ได้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจความเป็นจริงของโลกใบนี้มากขึ้น การศรัทธาในการสร้างความดี จึงเป็นหนทางหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าเพียรสร้างให้เกิดแก่ตน ก่อนที่ข้าพเจ้าจะต้องถึงจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกับน้องชายที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ไม่ว่าช้าหรือเร็ว เราทุกคนล้วนต้องเจอ ด้วยจิตคารวะ     กราบสวัสดีงามๆ กับท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่านครับ ห่างหายไปนานมาก นานจนผมเองก็คิดว่าจะทำต่อหรือเปล่า แต่ก็อย่างว่าละครับ ชีวิตทุกวันนี้ส่วนหนึ่งได้ผูกพัน พันผูกกับญาติสนิทมิตรสหายในโลก cyber ไปเสียแล้ว อีกส่วนหนึ่ง ก็แนบแน่นและหลงเสน่ห์กับธรรมชาติที่มีแต่เอื้ออาทรต่อ สรรพสิ่ง เลยจับสองสิ่งนี้มาเกี่ยวโยงกัน และปรับสภาพชีวิต ตัวเองให้อยู่กับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ให้ได้ ๙ มิ.ย. ๒๕๓๒ ย้อนหลังไปจากนี้ ๑๔ ปีในวัยหนุ่มน้อยของ ผม ธรรมชาติได้สอนบทเรียนล้ำค่าที่มนุษย์ทุกคนจะต้องได้พานพบไม่ช้าก็เร็ว นั่นก็คือ &#8220;ความสูญเสีย&#8221; การพลักพรากจากสิ่งที่เรารัก &#8230; <a class="read-excerpt" href="http://www.kradandum.com/myblog/?p=30">Continue reading <span class="meta-nav">&#187;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๙ มิ.ย.๒๕๕๔<br />
หากน้องชายผมมีชีวิตอยู่ปีนี้คงอายุ ๓๘ ปีแล้ว ท่ามกลางข่าวความสูญเสียของผู้ป่วยจากโรคไข้เลือดออกตามสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ครอบครัวของข้าพเจ้าและครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักก็คงต้องหวนรำลึกถึงบุคคลที่จากด้วยโรคไข้เลือดออก มหันตภัยร้ายที่มนุษย์ยังไม่สามารถเอาชนะได้</p>
<p>ทุกๆ ปีในช่วงนี้มักจะมีข่าวคราวเรื่องของโรคไข้เลือดออกและการเสียชีวิตของผู้ป่วย หากย้อนหลังกลับไปเมื่อ ๑๖ ปีที่แล้ว น้องชายข้าพเจ้าเป็นกรณีตัวอย่างที่เสียชีวิตจากไข้เลือดออก เนื่องจากการวินิจฉัยโรคที่คลาดเคลื่อน เพราะอาการของโรคคล้ายกับไข้หวัด</p>
<p>น้องชายข้าพเจ้าจึงไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง กระทั่งต้องมาจบชีวิตลง หลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่กี่วัน</p>
<p>การสูญเสียน้องชายของข้าพเจ้า ได้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจความเป็นจริงของโลกใบนี้มากขึ้น</p>
<p>การศรัทธาในการสร้างความดี จึงเป็นหนทางหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าเพียรสร้างให้เกิดแก่ตน ก่อนที่ข้าพเจ้าจะต้องถึงจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกับน้องชายที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว</p>
<p>ไม่ว่าช้าหรือเร็ว</p>
<p>เราทุกคนล้วนต้องเจอ</p>
<p>ด้วยจิตคารวะ</p>
<table id="AutoNumber1" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="768" bordercolor="#111111">
<tbody>
<tr>
<td> </td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="2" width="150"> </td>
<td>
<p dir="ltr"><img src="http://www.kradandum.com/intro/beng_B.jpg" border="0" alt="" width="200" height="259" align="left" />กราบสวัสดีงามๆ กับท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่านครับ ห่างหายไปนานมาก นานจนผมเองก็คิดว่าจะทำต่อหรือเปล่า</p>
<p dir="ltr">แต่ก็อย่างว่าละครับ ชีวิตทุกวันนี้ส่วนหนึ่งได้ผูกพัน พันผูกกับญาติสนิทมิตรสหายในโลก cyber ไปเสียแล้ว อีกส่วนหนึ่ง<br />
ก็แนบแน่นและหลงเสน่ห์กับธรรมชาติที่มีแต่เอื้ออาทรต่อ<br />
สรรพสิ่ง เลยจับสองสิ่งนี้มาเกี่ยวโยงกัน และปรับสภาพชีวิต<br />
ตัวเองให้อยู่กับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ให้ได้</p>
<p dir="ltr">๙ มิ.ย. ๒๕๓๒ ย้อนหลังไปจากนี้ ๑๔ ปีในวัยหนุ่มน้อยของ<br />
ผม ธรรมชาติได้สอนบทเรียนล้ำค่าที่มนุษย์ทุกคนจะต้องได้พานพบไม่ช้าก็เร็ว นั่นก็คือ <strong>&#8220;ความสูญเสีย&#8221; </strong>การพลักพรากจากสิ่งที่เรารัก</p>
<p dir="ltr">ครอบของของผมต้องสูญเสียน้องชายคนสุดท้องไปก่อนเวลาอันควร<strong> &#8220;จักรพันธ์ เจือจันทร์&#8221; เบ้ง</strong> ได้จากพวกเราไปด้วยวัยเพียง ๑๖ ปี จากการป่วยเป็นไข้เลือดออก</p>
<p dir="ltr">โลกและธรรมชาติ ได้ให้บทเรียนกับผมแล้วว่า <strong>&#8220;ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน&#8221;</strong> แต่ในวันนั้น วันที่วัยผมเพียง ๒๑ ปี ยากนักที่จะเข้าใจและทำใจได้</p>
<p dir="ltr">ผ่านมา ๑๗ ปีแล้ว ถึงแม้ความเศร้าโศก อาลัยอาวรณ์จะจางไปจางจิตใจของครอบครัวเราบ้างแล้ว แต่เรายังรำลึกถึง &#8220;เบ้ง&#8221; อยู่เสมอ</p>
<p dir="ltr">หากแต่ได้พึ่งหลักธรรม คำสอนของพุทธองค์ เป็นที่ยึดเหนี่ยว</p>
<p dir="ltr"><strong>&#8220;เป็นอะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนดี&#8221;</strong> ยังก้องอยู่ในมโนสำนึกของผมเสมอ เมื่อพ่อกับแม่บอกผมหลังจากทำพิธีฌาปนกิจน้องชายเสร็จแล้ว</p>
<p dir="ltr">เราไปลอยอังคารของเบ้งที่แก่งสะพือ จ.อุบลราชธานี สถานที่ที่เบ้งเคยลื่นล้มกระทั่งหัวแตกตอนวัยเด็ก<br />
 </p>
<p dir="ltr"><img src="http://www.kradandum.com/intro/64-1.jpg" border="1" alt="" hspace="3" width="300" height="233" align="left" />ปัจจุบัน ผมและน้องสาวมีครอบครัวหมดแล้ว<br />
และได้กลับมาอยู่สุรินทร์ ส่วนที่รักเหมือนน้องชายอีกคนเอ้ หรือ เอเดรียน อดีตนักเรียนทุน AFS ที่เคยมาใช้ชีิวิตในประเทศไทยและพำนักอยู่ที่ครอบครัวของเราเมื่อปี ๒๕๓๑ และได้กลับมาทำงานที่กรุงเทพอยู่หลายปี ปัจจุบันกลับไปอยู่ที่ออสเตรเลียแล้ว</p>
<p dir="ltr">จักรวาล โลก และธรรมชาติ ได้มอบบทเรียนและความจริงของชีวิตให้ผมได้รับรู้แล้ว</p>
<p dir="ltr">และทุกชีวิตย่อมไม่อาจปฏิเสธบทเรียนนี้ได้ แน่นอนที่สุด บางคนอาจจะได้รับมากกว่าหรือน้อยกว่าก็สุดแท้แต่บุญกรรมที่สร้างสมไว้</p>
<p dir="ltr">ไม่อยากจะพูดว่าปลงหรือหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตทำนองนั้น ตรงกันข้าม กับวัยย่าง ๓๗ และประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ให้อะไรกับชีวิตพอสมควรแล้ว</p>
<p dir="ltr">กับชีวิตที่เหลืออยู่อีก โดยที่ไม่รู้ว่าเราจะจากโลกไปในวันไหน ขอมุ่งมั่นสานเจตนารมณ์ที่ตั้งมั่นไว้หลังจากที่ (คิดว่า) ค้นพบความจริงของชีวิตแล้ว</p>
<p dir="ltr"><strong>วันนี้ขออนุญาตไว้อาลัยให้น้องชายสุดที่รักของผมนะครับ</strong></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kradandum.com/myblog/?feed=rss2&#038;p=30</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เวลา</title>
		<link>http://www.kradandum.com/myblog/?p=22</link>
		<comments>http://www.kradandum.com/myblog/?p=22#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 May 2011 16:32:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kradandum.com/myblog/?p=22</guid>
		<description><![CDATA[นาฬิกาที่ผมใช้ประจำหยุดเดินไปหลายเดือนแล้ว สันนิษฐานว่าถ่านหมด เป็นนาฬิกาที่น้องสาวซื้อให้พ่อ แต่พ่อไม่เอา ผมเลยเอามาใช้ ซึ่งเรือนนี้ซื้อมาจากตลาดชายแดนใกล้ๆ จังหว้ดสุรินทร์ ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องยี่ห้อเท่าไหร่ รู้แต่ว่ามันสวยดี และก็บอกเวลาได้ตรงกับนาฬิการาคาแพงและราคาไม่กี่สิบบาท มันบอกเวลาเดียวกัน วันนี้ ถือฤกษ์งามยามดี เอาไปเปลี่ยนถ่านใหม่ ระหว่างที่ช่างซ่อมนาฬิกาจัดแจงอยู่นั้น ผมก็ชวนคุยสัพเพเหระฆ่าเวลาไป มองไปในลิ้นชักโต๊ะช่าง เครื่องไม้เครื่องมือดูรกๆ ในสายตาของเรา แต่สำหรับช่างแล้ว ดูเหมือนจะเป็นระเบียบเรียบร้อย ตู้ซ่อมนาฬิกาที่ไหนๆ เป็นเหมือนกันหมด ผมเคยรู้จักช่างซ่อมนาฬิกาคนหนึ่งที่ศีขรภูมิ บ้านเกิดเมืองนอนของผมเอง ซึ่งตอนนี้เส่ียชีวิตไปแล้ว เวลาไปซ่อมนาฬิกา ผมมักจะถามเขาอยู่เรื่อยว่า ซ่อมยากไหม เรียนมาจากไหน ซึ่งทุกครั้งที่ผมไปใช้บริการ เขาไม่เคยคิดเงินผมเลย เวลากลับบ้าน ผ่านบริเวณที่ตั้งร้านของเขาก็นึกถึงทุกครั้งไป นาฬิกากับเวลาเป็นของคู่กันหรือไม่ หรือนาฬิกาเป็นเพียงตัวบอกเวลาเท่านั้น นาฬิกากับเวลาสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน ถึงแม้นาฬิกาหยุดเดินแต่เวลายังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป นาฬิกาทุกคนบอกเวลาตรงกัน เวลาชีวิตของแต่ละคนที่มีชีวิตอยู่ในแต่ละวันก็เท่ากัน แต่เวลาชีวิตของคนไม่เท่ากัน ในหนึ่งวันบางคนทำอะไรได้มากมายแต่ขณะเดียวกันบางคนอาจทำอะไรไม่ได้เลย ในเวลาเดียวกันบางคนอยากให้เวลาหยุดอยู่กับที่แต่บางคนอยากให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องน่าแปลกหรือเป็นเรื่องธรรมดา ว่ากันว่า เวลากลืนกินทุกสรรพสิ่งเพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ คนจีงพูดกันว่าจะทำอะไรก็รีบทำ เดี๋ยวไม่มีเวลาจะทำ เรื่องเวลาเป็นเรื่องน่าคิด บางคนใช้เวลาเปลืองกับความคิด บางคนใช้เวลาเปลืองกับการทำ บางคนไม่ต้องการเวลาสำหรับอะไรเลย แค่เอานาฬิกาไปซ่อม มันก็ให้แง่มุมแง่คิดอะไรกับชีวิตได้พอสมควร แต่ที่แน่ๆ &#8230; <a class="read-excerpt" href="http://www.kradandum.com/myblog/?p=22">Continue reading <span class="meta-nav">&#187;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.kradandum.com/myblog/wp-content/uploads/2011/05/time.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-23" title="time" src="http://www.kradandum.com/myblog/wp-content/uploads/2011/05/time.jpg" alt="" width="640" height="480" /></a></p>
<p>นาฬิกาที่ผมใช้ประจำหยุดเดินไปหลายเดือนแล้ว สันนิษฐานว่าถ่านหมด เป็นนาฬิกาที่น้องสาวซื้อให้พ่อ แต่พ่อไม่เอา ผมเลยเอามาใช้ ซึ่งเรือนนี้ซื้อมาจากตลาดชายแดนใกล้ๆ จังหว้ดสุรินทร์ ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องยี่ห้อเท่าไหร่ รู้แต่ว่ามันสวยดี และก็บอกเวลาได้ตรงกับนาฬิการาคาแพงและราคาไม่กี่สิบบาท มันบอกเวลาเดียวกัน</p>
<p>วันนี้ ถือฤกษ์งามยามดี เอาไปเปลี่ยนถ่านใหม่ ระหว่างที่ช่างซ่อมนาฬิกาจัดแจงอยู่นั้น ผมก็ชวนคุยสัพเพเหระฆ่าเวลาไป มองไปในลิ้นชักโต๊ะช่าง เครื่องไม้เครื่องมือดูรกๆ ในสายตาของเรา แต่สำหรับช่างแล้ว ดูเหมือนจะเป็นระเบียบเรียบร้อย ตู้ซ่อมนาฬิกาที่ไหนๆ เป็นเหมือนกันหมด</p>
<p>ผมเคยรู้จักช่างซ่อมนาฬิกาคนหนึ่งที่ศีขรภูมิ บ้านเกิดเมืองนอนของผมเอง ซึ่งตอนนี้เส่ียชีวิตไปแล้ว เวลาไปซ่อมนาฬิกา ผมมักจะถามเขาอยู่เรื่อยว่า ซ่อมยากไหม เรียนมาจากไหน ซึ่งทุกครั้งที่ผมไปใช้บริการ เขาไม่เคยคิดเงินผมเลย เวลากลับบ้าน ผ่านบริเวณที่ตั้งร้านของเขาก็นึกถึงทุกครั้งไป</p>
<p>นาฬิกากับเวลาเป็นของคู่กันหรือไม่ หรือนาฬิกาเป็นเพียงตัวบอกเวลาเท่านั้น นาฬิกากับเวลาสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน</p>
<p><a href="http://www.kradandum.com/myblog/wp-content/uploads/2011/05/time.jpg"></a></p>
<p>ถึงแม้นาฬิกาหยุดเดินแต่เวลายังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป นาฬิกาทุกคนบอกเวลาตรงกัน เวลาชีวิตของแต่ละคนที่มีชีวิตอยู่ในแต่ละวันก็เท่ากัน แต่เวลาชีวิตของคนไม่เท่ากัน</p>
<p>ในหนึ่งวันบางคนทำอะไรได้มากมายแต่ขณะเดียวกันบางคนอาจทำอะไรไม่ได้เลย</p>
<p>ในเวลาเดียวกันบางคนอยากให้เวลาหยุดอยู่กับที่แต่บางคนอยากให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องน่าแปลกหรือเป็นเรื่องธรรมดา</p>
<p>ว่ากันว่า เวลากลืนกินทุกสรรพสิ่งเพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ คนจีงพูดกันว่าจะทำอะไรก็รีบทำ เดี๋ยวไม่มีเวลาจะทำ</p>
<p>เรื่องเวลาเป็นเรื่องน่าคิด บางคนใช้เวลาเปลืองกับความคิด บางคนใช้เวลาเปลืองกับการทำ บางคนไม่ต้องการเวลาสำหรับอะไรเลย</p>
<p>แค่เอานาฬิกาไปซ่อม มันก็ให้แง่มุมแง่คิดอะไรกับชีวิตได้พอสมควร</p>
<p>แต่ที่แน่ๆ สุดท้ายแล้วเวลาของทุกคนต้องหมดไป.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kradandum.com/myblog/?feed=rss2&#038;p=22</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เริ่มใหม่</title>
		<link>http://www.kradandum.com/myblog/?p=4</link>
		<comments>http://www.kradandum.com/myblog/?p=4#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 May 2011 12:30:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kradandum.com/myblog/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[เว็บล่ม ต้องเริ่มใหม่อีกรอบ &#8230; เอ้า เชียร์&#8230; ปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๑๓ แล้วครับพี่น้อง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานอย่างสม่ำเสมอ ด้วยจิตคารวะ กระดานดำออนไลน์ (คนเดิมเมื่อ ๑๓ ปีที่แล้ว &#8212; ฮา)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-full wp-image-5 alignnone" title="&lt;KENOX S730  / Samsung S730&gt;" src="http://www.kradandum.com/myblog/wp-content/uploads/2011/05/S7305043.jpg" alt="" width="685" height="467" /></p>
<p>เว็บล่ม ต้องเริ่มใหม่อีกรอบ &#8230; เอ้า เชียร์&#8230;</p>
<p>ปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๑๓ แล้วครับพี่น้อง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>ด้วยจิตคารวะ<br />
กระดานดำออนไลน์ (คนเดิมเมื่อ ๑๓ ปีที่แล้ว &#8212; ฮา)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kradandum.com/myblog/?feed=rss2&#038;p=4</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

