December 2, 2008

จะขอเป็นข้าพระบาท ทุกชาติไป

Filed under: ::แวะพักทักทาย — กระดานดำออนไลน์ @ 6:35 am

จะขอเป็นข้าพระบาท ทุกชาติไป

ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าใครเป็นแรกที่คิดข้อความนี้ขึ้นมา ต้องขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้

ข้าพเจ้าถูกอบรมสั่งสอนให้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่ยังเยาว์วัย และเชื่อว่าคนไทยทุกคน ถูกสั่งสอนเช่นนั้น

ดังนั้น ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จึงถูกสั่งสมในมโนสำนึกของข้าพเจ้า และมิอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้าพเจ้า มีโอกาสเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จเป็นผู้แทนพระองค์ รวม ๔ ครั้ง

และได้ รับทุนภูมิพล ซึ่งเป็นเงินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประกวดเรียงความ ของกองกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ จำนวน ๑,๐๐๐ บาท ถือเป็นความภูมิใจสูงสุดในชีวิตของข้าพเจ้าสำหรับการเขียนหนังสือ

ต่อ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้รับสิ่งที่เป็นมงคลสำหรับชีวิตของข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ข้าพเจ้าเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน


หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร


จู่ๆ ข้าพเจ้าก็ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ขานชื่อบัณฑิตในพิธีพระราชทานปริญญา บััตรของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เนื่องจากคนที่ได้รับมอบหมายเกิดถอนตัวกระทันหัน ซึ่งต้องเดินทางไปที่จังหวัดสกลนคร

ทุกครั้งที่มีโอกาสไปจังหวัด สกลนคร สิ่งแรกที่ข้าพเจ้าจะต้องทำคือเดินทางไปนมัสการพระธาตุของหลวงปู่มั่น  ภูริทัตฺโต ที่วัดป่าสุทธาวาส


พระธาตุของหลวงปู่มั่น ภูริทัตฺโต


จากโรงแรมที่ัพักไปยังวัด ประมาณ ๑ กม. ข้าพเจ้าเดินเท้าไปและกลับ อธิษฐานขอพรให้ปฏิบัติหน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยดี

เมื่อถึงวันที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ เกิดมีสิ่งที่คาดไม่ถึงอีกเหมือนกัน ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ฝึกซ้อมไว้

นั่น คือข้าพเจ้าจะต้องกล่าวคำกราบบังคมทูล เบิกผู้สำเร็จการศึกษาเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ต่อหน้่าพระพักตร์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฏราชกุมาร ก่อนจะขานชื่อบัณฑิตอีกราว ๑๒๐ คน

คำกราบบังคมทูลเป็นข้อความเพียง ๓ บรรทัด แต่เป็น ๓ บรรทัดที่มีค่ายิ่งสำหรับข้าพเจ้า

การมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจยิ่งสำหรับการเกิดเป็นคนไทย

และจะขอเกิดเป็นข้าพระบาท ทุกชาติไป.



พระจันทร์ยังยิ้มให้กับข้าพเจ้า

October 15, 2008

คืนจันทร์–วันเพ็ญ

Filed under: ::ท่องเที่ยว-ถ่ายภาพ — กระดานดำออนไลน์ @ 2:47 pm

ไม่มีพระจันทร์ที่ไหน…สวยเท่าบ้านเรา

๓-๔ วันนี้ต้องเดินทางไปกลับสุรินทร์-ศีขรภูมิทุกวัน ไม่ได้นอนที่ศีขรฯ ติดต่อกันหลายคืนแล้ว ช่วงนี้ปิดเทอมพอดี

เมื่อวาน เป็นวันออกพรรษา เสียดายที่ไม่ได้ไปดูบั้งไฟพญานาค ไม่เคยได้ไป ปีนี้มีแผนว่าจะไปดูเหมือนกันกับเพื่อนๆ ที่อำเภอโพนพิสัย หนองคาย เพราะบ้านเพื่อนอยู่ที่นั่น ปรากฏว่าพี่อ้วน เพื่อนร่วมรุ่นของเราที่เป็นเจ้าของบ้าน เสียชีวิตไปเมื่อเดือนพฤษภาคม แผนการก็เลยล้มเลิก ไม่งั้นคงได้นั่งริมโขงกันแล้วเมื่อคืนนี้

ต่างที่ ต่างทิวทัศน์

 

ขณะเดินทางกลับ พระจันทร์เต็มดวง สวยงามมาก อดไม่ได้ต้องจอดรถบันทึกภาพไว้ ได้แค่นี่ละครับพี่น้อง

พระจันทร์ที่ไหนก็ไม่สวยเท่าที่บ้านเรา

ถึงบ้านยังไม่ทันมืดสนิทดี ก็เลยแวะปราสาทศีขรภูมิ ได้ภาพปราสาทในเงาจันทร์ ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพแบบนี้เท่าไรนัก


..

เป็นของฝากยามฝนซา ฟ้าก็เริ่มใสครับพี่น้อง

October 4, 2008

ขี่ช้าง เดินป่า บ้านเกียดโง้ง พูอาสา สปป,ลาว

Filed under: ::ท่องเที่ยว-ถ่ายภาพ — กระดานดำออนไลน์ @ 8:56 pm

ต้องจากถิ่น อาศัย ที่น่าอยู่
กลับต้องมา ต่อสู้ ในเมืองใหญ่
เมืองที่เขา เรียกว่า ศิวิไลซ์
เมืองที่ ใครๆ ก็อยากมา

แต่ว่าฉัน อยากกลับไป สู่บ้านเกิด
ถิ่นกำเนิด อุ่นไอดิน หอมกลิ่นป่า
กลับไปอยู่ กับเพื่อนฉัน ในวนา
กลับไปเป็น เจ้าป่า ที่น่าเกรง

ขอกรุณา จากมนุษย์ ผู้ยิ่งใหญ่
หยุดได้ไหม การทำลาย อีกข่มเหง
หยุดทำตัว วางท่า เป็นนักเลง
ช่วยบรรเลง เพลงสร้างสรรค์ นั่นแหละดี.

…..

“ทำไมต้องเอาช้างมาทรมาน”
“การกระทำเช่นนี้ มิได้ต่างไปจากขอทานเลย”
“ทำให้การจราจรติดขัด เสียเวล่ำเวลาคนอื่น”
…ฯลฯ…

เขียนไว้เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว เรื่องของช้างสุรินทร์ ปีที่แล้วปะเหมาะเคราะห์ดี มีโอกาสได้ร่วมเดินทางอบรมทำสารคดี “เส้นทางช้างอินโดจีน” จากไทย ไปลาว และเข้าไปกัมพูชา

เห็นช้างที่ลาว แล้วรู้สึกว่าช้างจริงๆ เป็นแบบนี้นี่เอง อ้วนถ้วนสมบูรณ์ กินดี อยู่ดี อิ่มหมีพีมัน


แปลความกะท่อนกะแท่นได้ดังนี้

“บ้านเกียดโง้งและภูอาสา”
จากบ้านเกียดโง้งถึงภูอาสา จะขี่ช้างหรือเดินตามทางเดินป่าโดยมีชาวบ้านเป็นผู้นำทางก็สามารถไปได้ ซึ่งท่านจะเห็นวัดเก่าภูอาสาและตามทางเดินป่านั้น เต็มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิดและท่านสามารถเห็นความสวยงามของแม่น้ำของและอื่นๆ ช้างสามารถเดินเข้าได้สำหรับการเดินทางระยะยาวเพื่อไปหาบรรดาบ้านต่างๆ อยู่ในบริเวณไกล้กันหรือเข้าในป่า  การขี่เรือชมนก (ผมแปลแบบมั่วๆ ช้างเหมือนเรือบก) เป็นกิจกรรมทีมีภายในบ้านและสำหรับผู้ที่สนใจ มีบ้านพักของบ้านไว้คอยบริการและสามารถพักกับชาวบ้านก็ได้ และพักบ้านพักของเอกชนซึ่งตั้งอยู่นอกบ้าน โดยเดินหรือขี่รถไปก็ได้…”


หาบน้ำมาไว้ดื่มกิน


ผักสวนครัว เหลือกินก็ขาย


หัตถกรรมจักสาน ส่งตลาด


อนาคตของโลก


เส้นทางเดินสู่ภูอาสา ถูกตัดเป็นถนนเรียบร้อยแล้ว แต่ป่าสองข้างทางยังรกครึ้ม และมีกฎระเบียบห้ามตัดอย่างเข้มงวด


ทิวทัศน์มองจากพูอาสา เห็นหมู่บ้านเกียดโง้ง


ทำเลเลี้ยงช้างอย่างดี


ขี่ช้างชมป่า


อาหารอุดมสมบูรณ์ ทั้งไม้แห้ง ไม้สด ช้างกินได้หมด ธรรมชาติหล่อเลี้ยงกันเอง

สถานที่ที่ไปคือ บ้านเกียดโง้ง เมืองปทุมพร แขวงจำปาสักครับ เส้นทางไปน้ำตกคอนพะเพ็งนั่นละครับ

เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับเรื่องกบฏผู้มีบุญ หรือกบฏผีบุญในสมัยที่อาณาจักรสยามครอบครองแถบนี้


ชัยภูมิบนพูหรือภูอาสา สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

ปีก่อนนู้น เรียนประวัติศาสตร์ลาวกับท่าน รศ.สุวิทย์  ธีรศาศวัต ท่านให้หนังสือประวัติศาสตร์ลาวมา ๑ เล่ม เกริ่นให้ทราบก่อนคร่าวๆ ครับ

…กบฏเกียดสาโง้ง ค.ศ.๑๘๒๐ เป็นกบฏชาวข่าที่ใหญ่ที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น…


ดูช้างบ้านเขาไปก่อน ก่อนหน้านี้มีความรู้แค่เพียงว่ามีชาวกูยเท่านั้นที่ีมีความสามารถในการจับช้าง แต่พอมีโอกาสเดินทางมากๆ ก็ได้เห็นทั้งปกากะญอ ทางเหนือ ชาวเผ่าพะนง หรือพะนอง ที่อยู่ในเวียดนามและกัมพูชา รวมทั้งชาวบ้านเกียดโง้ง ใน สปป.ลาว ก็มีความสามารถในการจับและฝึกช้างเช่นกัน

ที่สำคัญคือมีเชือกปะกำคล้ายกัน และิวิึถีชีวิตของคนกับช้างที่บ้านเกียดโง้ง เป็นวิีถีที่ผมประทับใจที่สุด เลี้ยงช้างเหมือนเลี้ยงควาย ยังไงยังงั้น เช้าปล่อยเข้าแหล่งอาหารธรรมชาติ เย็นก็ไปต้อนกลับมา

ที่สำคัญคือตอนนี้ กำลังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่น่าสนใจครับ

เพิ่มเติมรายละเอียด บ้านเกียดโง้งมีที่พักแบบโฮมสเตย์ครับ และมีนักธุรกิจชาวต่างชาติมาดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว แต่คงสภาพธรรมชาติและวิถีชีวิตไว้เหมือนเดิม
หรือจะแวะไปชมแล้วกลับมานอนในตัวเมืองปากเซก็ได้ เพราะไม่ไกลเท่าไร

แต่หากได้อรรถรสและตามวิถีคนเลี้ยงช้าง คงต้องนอน ผมก็ยังไม่ได้พักค้างครับ คาดว่า จะต้องไปค้างให้ได้ครับ

ใครอยากไปยกมือขึ้น…

รายละเอียดต่างๆ ไว้ค่อยทะยอยมาเล่าก็แล้วกันครับผม

July 8, 2008

ไปกรุงเทพฯ

Filed under: ::แวะพักทักทาย — กระดานดำออนไลน์ @ 10:51 pm

s7304917.jpg

ช่วงนี้ เขียนไม่ค่อยปะติด ปะต่อ มีข้อมูลและอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด จนเรียงลำดับความสำคัญไม่ค่อยจะถูก โดยเฉพาะเรื่องที่ไปอยู่ภูเก็ตตั้ง ๗-๘ วัน ไปสัมมนาระดับนานาชาติ เรื่องการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เอาไว้เรียบเรียงให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะเป็นงานวิชาการที่สำคัญ เอาย่อๆ ให้รับทราบคือเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสารวิทยาศาสตร์

รูปที่เอามาลงในเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องสื่อสารวิทยาศาสตร์นะครับ แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผม เมื่อ “บักบอย” วรัท  พฤกษากุลนันท์ (เปลี่ยนชื่อนามสกุลจนผมไม่แน่ใจแล้วเนี่ย) ตอนนี้เป็นว่าที่ ดร.เรียบร้อยแล้ว ได้ชวนไปสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องงานวิจัยระดับดุษฎีนิพนธ์ที่ปทุมธานี เมื่อวันที่ ๒๔-๒๕ มิถุนายน ที่ผ่านมา

ที่ดีใจคือไปเจอพี่ๆ ในแวดวงเทคโนโลยีการศึกษาและด้านวิจัยคือ ไล่จากขวามาซ้ายนะครับ

อ.ดร.ไพฑูรย์  สีฟ้า เจ้าของเว็บ www.drpaitoon.com ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนด้านเทคโนโลยีการศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อายุราชการ ๒๔ ปีกว่าๆ แต่ลาออกมาเป็นพนักงานราชการ นับถือใจท่านมาก

ถัดมาคือ ผศ.ดร.ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์ เจ้าของเว็บ www.watpon.com เว็บนี้นักวิจัยรู้จักกันดี นี่ก็ลาออกจากข้าราชการมาเป็น พนักงานราชการ อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เช่นกัน

คนกลางคือ อ.ดร.ปรัชญนันท์  นิลสุข หรือพี่หน่องของผม เจ้าของเว็บ www.prachyanun.com นี่รู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่อยู่ภาควิชาโสตทัศนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พีหน่องเรียน ป.เอก ผมเรียน ป.โท พี่หน่องชอบว่าผมมันบ้า นี่ก็ลาออกจากจากข้าราชการมาเป็นพนักงานราชการเหมือนกัน มาเป็นอาจารย์อยู่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ

สรุปว่าทั้ง ๓ คนลาออกจากราชการมาเป็นพนักงานราชการ เช่นเดียวกันกับผมหมดเลย ไม่รู้ว่าใครบ้ากันแน่ตอนนี้

และเจ้าของงาน ว่าที่ ดร.วรัท นั่นแหละ เจ้าของ www.edtechno.com แวดวงเทคโนโลยีการศึกษา ไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นข้าราชการอยู่สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ส่วนหนุ่มเสื้อสีฟ้า นั่นแหละผมเอง ตอนนี้เป็นแค่นักศึกษาปริญญาเอก

ไปกรุงเทพฯ ครานี้ เกือบเอาตัวไม่รอนครับ ผมไม่ได้พักผ่อน เดินทางจากสุรินทร์ไปถึงดอนเมืองตีสี่กว่าๆ แล้วอาบน้ำที่บ้านบักบอยแล้วก็เลยไปที่สัมมนา

ตอนเที่ยงขณะที่ผมกินข้าว เกือบเป็นลมคาโต๊ะข้าวครับ หน้ามืด ตาลาย ใจสั่น ต้องมานั่งกึ่งนอนพักที่โซฟาหน้าล็อบบี้ของโรงแรม เกือบครึ่งชั่วโมง ดีขึ้น

ช่วงบ่ายๆ ก็ไปพักที่หอพักของบักโป๋ย ที่งามวงศ์วาน ก็ซึ้งน้ำใจเพื่อนครับ นั่งเป็นเพื่อนเฝ้าจนผมค่อยยังชั่ว ถึงออกไปทำงานเกือบๆ ๔ โมงเย็น

ตกค่ำอาการผมดีขึ้น ก็ไปกินอาหารอีสานบ้านเรา เท้าความถึงเรื่องหนัง สะบายดีหลวงพะบาง ที่ประสบความสำเร็จที่น่าภูมิใจ เอาไว้เล่าเรื่องยาวอีกรอบ

s7304918.jpg
รุ้งกินน้ำมองจากห้องบักโป๋ย สวยงามมาก

นี่ถ้าสุขภาพผมแข็งแรงดี มองไปทางต้นสายรุ้งแล้ว รับรองได้เลยว่า ผมไปเยี่ยมเยียนพี่น้องพันธมิตรที่สะพานมัฆวาน แน่นอนครับ พี่น้อง

June 26, 2008

๒๖ มิถุนายน ครบรอบ ๙ ปี กระดานดำออนไลน์

Filed under: ::แวะพักทักทาย — กระดานดำออนไลน์ @ 11:47 am

วันนี้ ฤกษ์ดี เป็นวันสุนทรภู่ วันพระ และวันครบรอบ ๙ ปี กระดานดำออนไลน์

จะพยายามสรรหาเรื่องราว สาระดีๆ มานำเสนอต่อท่าน

และขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยจิตคารวะ

June 22, 2008

เขาพระวิหาร-ปราสาทพระวิหาร

Filed under: ::แวะพักทักทาย — กระดานดำออนไลน์ @ 10:31 pm

ประเด็นที่ร้อนแรงและละเอียดอ่อนที่สุด อาจกระทบกระเทือนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือประเด็นเขาพระวิหาร - ปราสาทพระวิหาร

ผมเคยไปเขาพระวิหารครั้งแรกเมื่อเรียนอยู่ชั้นประถม จำ พ.ศ.ไมได้ แต่ดาดว่าก่อนปี ๒๕๒๔ ตอนนั้นเขมรแดงเข้ายึดกัมพูชาได้ และเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ ครั้งนั้นไม่มีภาพถ่ายแต่คิดว่าจะไปค้นหากับลุงๆ ป้าๆ ที่ไปด้วยกัน ส่วนบ้านผมไม่มีกล้องถ่ายรูป และไม่มีเงินที่จะซื้อรูปด้วย เลยไม่มีรูป

ครั้งที่ ๒ ไปเมื่อปี ๒๕๓๕ ไปในฐานะมัคคุเทศก์ ตอนนั้น ยังไม่มีชาวบ้านมาตั้งถิ่นฐานเหมือนปัจจุบัน ครั้งนี้มีกล้องแต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้ เพราะข้อห้ามของบริษัทห้ามมัคคุเทศน์นำกล้องถ่ายภาพไปด้วยในขณะทำงาน

ครั้งที่ ๓ ไปเมื่อปี ๒๕๔๔ ไปกับว่าที่ภรรยา ก่อนจะเป็นภรรยาในปัจจุบัน มีภาพแต่น้อยนิดมาก ตอนนั้น ก็ยังไม่มีการตั้งถิ่นฐาน

เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนๆ จริงๆ เกินกว่าจะเอื้อนเอ่ย…

ฟุตบอลยุโรป-เชียร์ทีมรัสเซีย

Filed under: ::แวะพักทักทาย — กระดานดำออนไลน์ @ 4:26 am

ถึงแม้ว่าช่วงนี้บ้านเมืองเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวายทั้งในและนอกสภา

แต่ในอีกฝั่งหนึ่งของโลก คือ ทวีปยุโรป สายตากว่าค่อนโลกกำลังหันมองไปทางนั้น

ฟุตบอลยุโรป ๒๐๐๘ ที่ออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ ว่ากันว่า นี่ก็เป็นรองแค่ฟุตบอลโลกเท่านั้น ถ้าหากชาวไทยจำนวนไม่น้อยจะหันไปสนใจบ้าง ก็อย่าได้ไปว่าเห่อของนอกเลยนะครับ

ศิลปะ ดนตรี กีฬา เป็นสิ่งสากล ใครรักใครชอบก็ดูก็ชมไป เพื่อความบันเทิง

ผมชอบทั้ง ๓ เพื่อความบันเทิง อีกประการหนึ่ง ช่วงนี้ภรรยาผมอยู่ที่ออสเตรีย ก็เลยสนทนากันผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เลยถือโอกาสดูฟุตบอลไปด้วย เวลาไม่ตรงกัน ทำให้อดหลับอดนอนไปพอสมควร

คืนนี้ ดูรัสเซียกับฮอลแลนด์ ซึ่งแข่งเวลา ตี ๑ กว่าๆ ของเรา ยุโรปก็ราวๆ ๔ ทุ่ม แข่งเสร็จราวตี ๔

หากย้อนประวัติศาสตร์แล้วจะนึกเชียร์ใครระหว่างรัสเซียกับฮอลแลน์ ยึดโยงเอาประวัติศาสตร์สมัย ร.๕ ยุคล่าอาณานิคมเป็นที่ตั้ง ประเทศที่เป็นมหามิตรของสยามประเทศอย่างแท้จริงคือรัสเซีย

ข้าพเจ้าจึงเชียร์ทีมรัสเซีย และขอให้ทีมรัสเซียชนะเลิศในการแข่งขันทัวร์นาเมนท์นี้ครับ 

June 20, 2008

วันไหว้ครู

Filed under: ::แวะพักทักทาย — กระดานดำออนไลน์ @ 6:47 pm

ปาเจราจริยา โหนติ คุณุตตรานุสาสกา

ข้าฯขอประณตน้อมสักการ บูรพคณาจารย์
ผู้กอปรเกิดประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา
แก่ข้าฯในกาลปัจจุบัน
ข้าฯขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์
ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา
ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน
อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี
แก่ข้าฯและประเทศไทย เทอญฯ

ปญญาวุฑฒิกเร เต เต ทินโนวาเทนมามิห

เมื่อวาน พฤหัสบดีที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑  เป็นวันไหว้ครูของนักเรียนนักศึกษาหลายๆ สถาบัน รวมทั้งสถาบันการศึกษาที่ข้าพเจ้าสังกัด คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความเป็นครูครั้งแรกเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมามา ขณะที่ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับทุนเป็นผู้ช่วยสอนอยู่ที่คณะครุศาสตร์

ในวันไหว้ครูของมหาวิทยาลัยนั่นเอง ในภาคบ่าย ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังสอนนิสิตอยู่ ปรากฏว่ามีนิสิตอีกห้องหนึ่งที่ข้าพเจ้าเคยสอนเมื่อเทอมก่อนๆ มาพบข้าพเจ้าและนำดอกไม้มาไหว้ข้าพเจ้า (more…)

June 14, 2008

ศุกร์ ๑๓ มิถุนา ๕๑

Filed under: ::แวะพักทักทาย — กระดานดำออนไลน์ @ 10:52 pm

เป็นวันที่พิิเศษอีกวันหนึ่งของชึวิต ประการแรกคือ ผมได้รับการคัดเลือกให้เป็นพนักงานราชการตำแหน่งอาจารย์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ สังกัดคณะวิทยาการจัดการ

ประการที่สอง เป็นวันเดินทางของภรรยาผมเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรียนับจากนี้ไปอีก ๑ ปี ๔ เดือน

ประการที่สาม คือแปลกดี น้องชายของผม (อดีตนักศึกษาเอเอฟเอส) อยู่ประเทศออสเตรเลีย ส่วนภรรยาไปอยู่ออสเตรีย ส่วนผมอยู่ประเทศไทย

เวลาที่ออสเตรเลีย เร็วกว่าบ้านเราราว ๔ ชั่วโมง ส่วนเวลาที่ออสเตรีย ช้ากว่าบ้านเราราว ๕ ชั่วโมง

ชีวิตมีอะไรให้ท้าทายอยู่เสมอ …อิอิ

June 9, 2008

อาลัยน้องรัก

Filed under: ::แวะพักทักทาย — กระดานดำออนไลน์ @ 9:47 am

วันนี้ ๗.๔๕ น. เสียงโทรศัพท์ดัง พอมารับสาย ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของน้องสาวโทรมา แต่เหมือนกับกดโดยไม่ตั้งใจถึง ๓ ครา พอสายว่าง ผมก็เลยโทรไปบอกว่าให้ล็อคโทรศัพท์ นึกว่าหลานกดเล่น

สักพักน้องสาวก็โทรกลับมาอีก ครานี้โทรจริงๆ บอกว่าลองเซ็คดูแล้ว เป็นเวลาโทรออก ๗.๔๕ แต่หลานสาวไปโรงเรียนแล้ว โทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋า ไม่ได้ไปแตะต้องอะไรเลย แล้วก็บอกว่าวันนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิต ๑๙ ปี หากเบ้ง ยังอยู่ก็คงอายุ ๓๕ ปีในปีนี้

โทรศัพท์ดังขึ้นโดยบังเอิญในวันและเวลาครบรอบการตายของเบ้งพอดี ???

น้องสาวเลยบอกให้ไปทำบุญ ซึ่งเราก็ตั้งใจว่าจะไปทำสังฆทานพอดี

ผมโทรไปที่ออสเตรเลีย เพื่อคุยกับน้องชายอีกคน เอ้ เพราะไม่ได้คุยกันนานแล้ว บอกว่าผมคิดถึงมาก วันนี้เป็นวันครบรอบการตายของเบ้ง ซึ่งสนิทกับเอ้มาก

ผมจะเขียนบันทึกถึงเบ้งทุกๆ ปี ความตายของเบ้งทำให้เรารู้จักความสูญเสีย รู้จักสัจธรรมของชีวิต ว่าไม่มีอะไรแน่นอน

ทำความดีให้มากๆ นะครับ ทุกคน

สู่สุขติเถิดน้องรัก

(บทความเมื่อ ๘ มิ.ย.๒๕๕๐)

เบ้ง 

ตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อจะไปตลาดสดซื้อหาอาหารและดอกไม้ เพื่อไปทำบุญใส่บาตรที่วัดป่าโยธาประสิทธิ์ ห่างจากบ้านราว ๑ กิโลเมตร

พรุ่งนี้ วันที่ ๙ มิถุนายน ครบรอบวันเสียชีวิตของน้องชายสุดที่รักของผมและครอบครัวเรา หากจักรพันธ์  เจือจันทร์ “เบ้ง” มีชีวิตอยู่ก็คงจะอายุ ๓๔ ปี อย่างไรก็ดี นี่และคือธรรมชาติ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

เบ้งมาให้พวกเรารักและก็จากไปในวัยอันไม่สมควร ในยุคที่การสาธารณสุขบ้านเรายังไม่พัฒนา ไม่สามารถรู้ได้ว่า
“เบ้ง” เป็นไข้เลือดออก กระทั่งมาเสียชีวิตด้วยช่วงเวลาอันสั้น ยากที่ครอบครัวเราจะทำใจได้

เขียนไปก็รังแต่จะทำให้เศร้าโศกเสียใจ

อยู่ที่ไหนพี่ก็คิดถึงทุกลมหายใจ “เบ้ง” น้องรัก