งานที่ภูมิใจที่สุดในการเป็นเว็บมาสเตอร์

 “สังฆโสภณกถา” (ต้นฉบับ http://www.kradandum.com/tasana/index.htm)

ในการบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน ในพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่า
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช
ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง
วันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ เวลา ๑๗.๐๐ น.
พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท) วัดพระเชตุพน
รับพระราชทานถวาย

………………………………………………………………….
 

ตั้งใจจะอุปถัมภก
ป้องกันขอบขัณฑสีมา
ยอยกพระพุทธศาสนา
รักษาประชาชนและมนตรี

     ตลอดเวลา ๒๖,๔๖๙ วัน (๗๒ ปี ๕ เดือน ๑๙ วัน) สมเด็จพระบรมพิตร พระราชสมภารเจ้าก็ได้
ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างไพศาลยังความร่มเย็นชุ่มให้แก่พสกนิกรประเทศชาติดุจต้นโพธิ์
ใหญ่ใบหนาแน่น แม้พระองค์ทรงเป็นจอมทัพตามรัฐธรรมนูญ มิต้องทรงบัญชาการรบโดยตรงแต่เมื่อ
ยามที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมือง ก็ทรงขจัดปัดเป่ามิให้ลุกลามจนพ้นจากภัย
พิบัติ
สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชเจ้า พระองค์นั้น ทรงเผชิญกับการสงครามภายนอก ที่ก่อ
ความไม่สงบรุกรานพระราชอาณาจักร ซึ่งเกิดแต่ประเทศใกล้เคียง ส่วนสมเด็จพระบรมบพิตร
พระราชสมภารเจ้า
ทรงต่อสู้กับสงครามภายใน คือสงครามเศรษฐกิจ
ซึ่งเกิดแก่ประเทศทั่วโลกที่กว้าง
ใหญ่กว่าสมัยก่อน ทรงเป็นมิ่งขวัญกำลังใจผสกนิกรสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยดี ได้ทรงมีพระราช
ดำริพระราชทานโครงการต่างๆ นับประมาณ ๒,๕๐๐ โครงการ
ล้วนแต่เป็นส่วนยังประเทศชาติให้
เจริญมั่นคง ประชาชนอยู่ดีมีสุขเช่นปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจวิกฤต ก็พระราชทานโครงการเศรษฐกิจ
พอเพียง
โดยรัฐบาลได้น้อมรับพระราชทานโครงการนั้นๆไปสนองพระราชดำริและมิเพียงแต่
สมเด็จพระบรมพิตร พระราชสมภารเจ้าเท่านั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชนินาถ พระราชโอรส
พระราชธิดา ตลอดทั้งสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เมื่อยังพระชนม์อยู่ก็ทรงร่วมเป็นขบวน
การในสงครามนั้นๆ ด้วย ในส่วนพระบวรพุทธศาสนา สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า
ทรงเป็นมหาอุบาสก ทรงทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ด้วยพระราชศรัทธาอย่างยิ่งในพระรัตนตรัย
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลนานาประการ ทรงเจริญจิตตภาวนาอยู่เนืองนิตย์

     สมเด็จพระบรมพิตร พระราชสมภารเจ้า และสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช ทั้งสองพระองค์
แม้จะทรงมีพระราชกรณียกิจสำคัญต่างกาล ต่างสมัย แต่ทรงมีพระราชปณิธานเสมือนเป็นหนึ่ง
เดียวกัน กล่าวคือ สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ก็ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม”

     พระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ของสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้านั้น ยังความสง่างาม
ให้ปรากฏในหมู่พสกนิกร และประเทศชาติ แม้นานาประเทศต่างซาบซึ้งสรรเสริญพระเกียรติคุณอัน
ไพศาล ทั้งนี้ ก็ด้วยทรงตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม และทรงเจริญในสังฆโสภณธรรม ๕ ประการ
ดังที่ได้รับพระราชทานไว้ ณ เบื้องต้นว่า โย โหติ พฺยตฺโต จ วิสารโท เป็นอาทิ ความว่า ผู้ใด

  • เป็นคนฉลาด ๑
  • กล้าหาญ ๑
  • ได้สดับฟังมาก ๑
  • เป็นผู้ทรงธรรม ๑ และ
  • เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตามคลองธรรม ๑

     ผู้เช่นนั้น เรากล่าวได้ว่า ผู้ยังหมู่คณะให้สง่างาม ดังนี้

     โดยนัยพระพุทธสุภาษิต ทรงแสดงให้เห็นถึงคุณธรรมที่ยังหมู่คณะให้สง่างาม ๕ ประการ
มีอรรถาธิบาย โดยสังเขป ดังนี้
     ๑. ความฉลาด เป็นชื่อของปัญญา คือ ความรอบรู้ในเหตุผล มี ๒ ประการคือ เป็นโกศล ๑ อย่าง
ปฏิภาณอย่าง ๑

        โกศลนั้น ได้แก่ ความฉลาดรอบรู้ เหตุแห่งความเจริญ เรียกว่า อายโกศล ๑ ความรอบรู้
เหตุแห่งความเสื่อมเรียกว่าอปายโกศล ๑ ความฉลาดรอบรู้ในอันหลีกเหตุแห่งความเสื่อมประกอบ
เหตุแห่งความเจริญ เรียกอุปายโกศล ๑
       ปฏิภาณนั้น ได้แก่ ความเฉลียวฉลาดหรือไหวพริบรู้เท่าทัน สามารถโต้ตอบได้ฉับพลันไม่
เสียเปรียบในเชิงเจรจาและมีไหวพริบรู้เท่าทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า แล้วสามารถแก้ไขได้
ทันท่วงที ปิดทางเสื่อมมิให้เกิดขึ้นแม้มีภัยที่น่าหวาดหวั่นตั้งอยู่รอบด้านย่อมอาจดำริการผ่อนปรน
ช่วยตนและผู้อื่นให้รอดพันภยันตรายโดยสวัสดี

     ๒. ความกล้าหาญ ย่อมเกิดขึ้นด้วยความมีปัญญา ความกล้าหาญนั้น ได้แก่ ความเป็นผู้มีน้ำใจ
อดทนบากบั่นไม่ยอมท้อต่ออุปสรรค เฉกเช่นพระมหาชนก บรมโพธิสัตว์ ที่ทรงกล้าหาญใช้วิริยะ
ความเพียรจนลุถึงประโยชน์ความปรารถนา อนึ่ง ความกล้าหาญนั้นต้องมีความระมัดระวังรอบคอบ
ใช้ความกล้าหาญในทางที่ชอบ ในการประกอบกิจกรรมกิจกรรมที่เป็นสุจริต เป็นสัมมาอาชีวะ มิใช้
ความกล้าหาญในทางผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรมเป็นมิจฉาอาชีวะ

      ๓. ความเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก ได้แก่ ผู้เป็นพหูสูตร เป็นผู้รักการศึกษา และแสวงหาวิชาความรู้
เพื่อเพิ่มพูนให้มีปัญญาความฉลาด ทันกับเหตุการณ์
โลกสมัยปัจจุบันวิทยาการเปลี่ยนแปลงตลอด
เวลา มีสื่อติดต่อกันได้ทั่วทุกมุมโลก นอกจากศึกษาจากตำรับตำราแล้ว ยังจะต้องศึกษาจากสื่อ เช่น 
วิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ แล้ววิเคราะห์วิจัย ค้นคว้า พิจารณาด้วยเหตุผลในขณะเดียวกัน
ก็ต้องไม่ทอดทิ้งหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการหล่อหลอมจิตใจให้
ตั้งอยู่ในทางประพฤติดีปฏิบัติชอบ

      ๔. ผู้ทรงธรรม ได้แก่ ผู้ที่สดับฟังหรือศึกษาค้นคว้าไว้แล้ว ต้องจดจำหัวข้อเป็นหลักไว้ได้ใน
ทางโลก ผู้ศึกษาจะต้องจดจำหลักวิชาการนั้นให้ถูกต้อง มิฉะนั้น ก็ไม่อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้
ในทางธรรมก็เช่นเดียวกัน ผู้ที่ปฏิบัติธรรม หรือจะแนะนำสั่งสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติดีถูกต้องตามธรรม
นั้นๆ ต้องจดจำข้อธรรมนั้นและมีความเข้าใจเนื้อความแห่งข้อธรรมนั้นๆ ด้วยซึ่งเป็นหลักของ
นักปราชญ์ประการหนึ่ง

      ๕. ผู้ปฏิบัติตามคลองธรรม โดยเหมาะสมแก่ฐานะของตน เช่น เป็นผู้ใหญ่จะต้องมีเมตตากรุณา
ต่อผู้น้อยผู้น้อยก็ต้องมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ ผู้นำหมู่คณะต้องมีพรหมวิหารธรรม ระมัดระวัง มิให้
อคติธรรมเข้าครอบงำในการปฏิบัติหน้าที่

    สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทรงเจริญในสังฆโสภณธรรมทั้ง
๕ ประการ
จึงยังความสง่างามให้เกิดขึ้น ในหมู่พสกนิกรและประเทศชาติ มีพระบรมเกียรติยศ
เกียรติศักดิ์ขจรขจายไปทั่วโลกปานดั่งดวงจันทร์ในวันเพ็ญที่ลอยเด่นท่ามกลางหมู่ดวงดาวในพื้น
นภากาศ ปราศจากเมฆหมอกเป็นราคี ดังนี้

    ขออำนาจพระราชกุศลทักษิณานุประทานที่สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสอง
พระองค์
ได้ทรงบำเพ็ญให้ตั้งอยู่ด้วยดีแล้วในพระสงฆ์ ทรงพระราชอุทิศถวายส่วนพระราชกุศล
ทั้งปวงนี้
แด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช
จงเป็นผลสัมฤทธิ์สมดังพระราชเจตนาอุทิศทุกประการขอสรรพสัตว์ทุกถ้วนหน้า เทพยาดาอารักษ์
ทั้งปวง และเทพยดาซึ่งสถิตในพระราชนิเวศน์ทุกองค์ จงอนุโมทนาโดยทั่วกัน.

รตฺนตฺยานุภาเวน     กตปุญฺญสฺส  เตชสา

        ด้วยอานุภาพแห่งพระคุณรัตนตรัย พระเดชานุภาพแห่งพระราชกุศล บุญบารมีที่ทรงบำเพ็ญ
แล้ว ขอจงอภิบาลคุ้มครองสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณ
อันประเสริฐ และพระราชโอรสพระราชธิดา จงถึงพร้อมด้วยพระสรรพพรชัยมงคล มีพระชนมายุ
ยืนยาวนาน เสด็จสถิตสถาพรในพระราชสิริสมบัติทรงเป็นธงชัยของประเทศชาติ ทรงประสาธน์
ให้สำเร็จหิตสุขประโยชน์แก่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ

        รับพระราชทานถวายวิสัชนา พระธรรมเทศนายุติลง เอวํ ก็มีด้วยประการฉะนี้

ขอถวายพระพร


นโม ตสฺส ภควโต อรหโน สมฺมา สมฺพุทฺธสฺสฯ
โย โหติ พฺยตฺโต จ วิสารโท
พหุสสุโต ธมมธโร จ โหติ
ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี
ส ตาทิโส วุจฺจติ สงฺฆโสภโณติ.

      บัดนี้ จักรับพระราชทานถวายวิสัชนาพระธรรมเทศนา ในสังฆโสภณกถาฉลองพระเดชพระคุณ
ประดับพระปัญญาบารมี สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณ
อันประเสริฐเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่ทรงพระเจริญพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอด
ฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระบรมกษัตริยาธิราช
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธี
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน
เพื่อทรงอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชพระองค์นั้นโดยทรงอนุสรณ์ถึงพระราช
คุณูปการอย่างใหญ่หลวงที่ทรงมีแก่แผ่นดิน และพสกนิกรชาวไทยตลอดทั้งพระราชวงศ์เป็นล้นพ้น
สุดที่จะพรรณนาได้ ด้วยพระราชหฤทัยอันงาม ที่ทรงตั้งมั่นอยู่ในพระกตัญญูกตเวทิตาธรรม และ
คารวะ อปจายนธรรม ซึ่งเป็นคติวิสัยของบัณฑิตชน ทั้งยังเป็นสรรพสิริสวัสดิ พิพัฒนมงคลสูงสุด
ดังพุทธวจนะในมงคลสูตรว่า กตญฺญตา เอตมฺมงคมุตฺตํม ความเป็นผู้กตัญญูกตเวที เป็นอุดมมงคล
ดังนี้ 

     สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม
พุทธศักราช ๒๔๗๐
ตั้งแต่วันพระราชสมภพ จนถึงวันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓
คือวันนี้ นับพระชนมวารได้ ๒๖,๔๖๙ วัน
เท่ากับพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราช
สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช พระองค์เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันพุธที่ 
๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๒๗๙
เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๓๕๒ 

     ก็แล ในพระบรมราชวงศ์จักรีนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเป็น
พระมหากษัตริย์ที่มีพระชนมายุยืนยาวกว่าพระองค์อื่น
ที่ครองราชสมบัติสนององค์สืบต่อกันมา จนถึง
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘
     อนึ่ง พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชเจ้า แห่งพระบรมราชวงศ์
จักรีวงศ์นี้เป็นพระราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์ ในพระราชวงศ์จักรีทรงปฏิบัติสืบต่อกันมาใน
รัชกาลปัจจุบันมิใช่จะมีประเพณีนี้เป็นครั้งแรก ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธี
ในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วสามวาระคือการพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าสมเด็จพระมหิตลา
ธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๐๘ การพระราช
พิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อวันที่ ๗ มกราคม
พุทธศักราช  ๒๕๒๘
และการพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระจอม
เกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๔

     สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ นับแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม
พุทธศักราช ๒๕๔๓
วันนี้ไปแล้ว จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงมีพระชนมายุและทรงครอง
ราชย์ยืนยาวนานที่สุดในบรรดาพระมหากษัตริย์ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทย
นับแต่สมัยกรุง
สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์
ในอภิลักขิตสมัยสมมงคลนี้ประชาชนชาว
ไทยต่างมีความชื่นชม โสมนัสยินดีปรีดากันทั่วถ้วนในพระบุญญาธิการรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรม
การอำนวยการขึ้นจัดงานสมโภชเป็นพิเศษ เพื่อถวายความจงรักภักดี ส่วนกลางจัดที่ท้องสนามหลวง
ในวันที่ ๒๑ ถึงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม มีพิธีสืบพระชะตาแบบล้านนา เชิญไม้โพธิ์ไปค้ำต้นโพธิ์ 
ณ วัดพระเชตุพน ส่วนภูมิภาค จังหวัดทุกจังหวัด จัดงานอย่างประหยัดสนองพระราชประสงค์
มุ่งหนักไปในการบำเพ็ญทางศาสนกิจ การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และความสามัคคี โดยความ
ปรารถนาอย่างยิ่ง เพื่อขอให้ทรงสถิตสถาพรในสิริราชสมบัติยิ่งยาวนาน พร้อมด้วยสมเด็จพระนาง
เจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชวงศ์จักรี

    พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชทรง
ประกอบพระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่ในการสถาปนาพระบรมราชวงศ์จักรีทรงสร้างความมั่นคงแก่
แผ่นดิน ทรงพิทักษ์รักษาเอกราชและอธิปไตยของประเทศชาติ ต้องเสด็จไปเป็นจอมทัพไปในงาน
สงครามเกือบตลอดพระชนม์ชีพ
ครั้งสุดท้ายที่นับว่าสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย คือได้เสด็จ
ออกไปในสงครามเก้าทัพ ที่ตำบลลาดหญ้าเมืองกาญจนบุรี
จนข้าศึกมิอาจรุกรานต่อไปและในแผ่นดิน
ของพระองค์ พระราชอาณาเขตได้ขยายออกไปกว้างใหญ่ที่สุดด้วยพระบุญญาภินิหารพระองค์ยังทรง
มีพระปรีชาญาณ พิจารณาถึงความสถิตสถาพรของประเทศชาติ จำต้องพึ่งหลักสำคัญคือ
พระพุทธศาสนา จึงทรงโปรดอาราธนาสมเด็จพระสังฆราชและพระราชาคณะพร้อมด้วยราชบัณฑิต
ให้จัดการสังคายนาพระธรรมวินัยพระไตรปิฎก ปรากฏชื่อว่าพระไตรปิฎกฉบับลานทอง
แล้วทรง
โปรดให้จัดระเบียบการปกครองบ้านเมือง ชำระสะสางปรับปรุงพระราชกำหนดกฎหมายเรียกว่า
กฎหมายตราสามดวง ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีและศิลปวัฒนธรรมประเพณี เพื่อความสามัคคีเป็นปึก
แผ่นแก่ชุมชน เป็นต้น สมดังพระราชปณิธานในนิราศท่าดินแดงว่า
 

 

ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายจากพระธรรมราชานุวัตร (หลวงเตี่ย) วัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์)
ผู้มีพระคุณอย่างสูงยิ่งที่ให้ข้าพเจ้าได้ไปทำงานรับใช้การศึกษาและพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกา
ให้นำสังคโสภณกถามาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กระดานดำออนไลน์ เมื่อปี ๒๕๔๓
ถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของข้าพเข้า

นายจักรพงษ์  เจือจันทร์
ผู้พิมพ์และเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
http://www.kradandum.com
เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓
หมายเหตุ พระธรรมราชานุวัตร ได้มรณภาพไปเมื่อวันจันทร์ที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๕
ภาพเมื่อปี ๒๕๔๓ ที่วัดไทยลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ข้าพเจ้าได้นำเหรียญรางวัลที่จัดทำขึ้นสำหรับมอบให้นักเรียน
ในวันแข่งขันกีฬาสีประจำปีของโรงเรียนพุทธศาสนาวัดไทย
ถวายแด่พระธรรมราชานุวัตร
Categories: การศึกษา | Leave a comment

ครบรอบ ๑๒ ปี กระดานดำออนไลน์

๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๒ กระดานดำออนไลน์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการบนโลกอินเทอร์เน็ต
จากเว็บไซต์ เทคโนโลยีการศึกษา ปรับเปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆ

ปีหน้า แนวทางทำเว็บคงจะเปลี่ยนไปจากเดิม ตามความรู้และประสบการณ์ที่ได้พานพบ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยจิตคารวะ
กระดานดำออนไลน์

Categories: Uncategorized | Leave a comment

ศาลาพักร้อน

ถ้าหากคุณคิดว่าชีวิตคือการเดินทาง ก็คงจะต้องมีการวางแผนเอาไว้เช่นกันว่าจะเดินทางกันอย่างไร
บางคนอาจจะถูกกำหนดเส้นทางให้เดินมาตั้งแต่แรก บางคนเส้นทางเดินสวยหรูด้วยกลีบกุหลาบ
บางคนล้มลุกคลุกคลานตั้งแต่เริ่มต้น…

ผมก็เป็นนักเดินทางเช่นเดียวกัน แต่เส้นทางของผมนั้นก็คล้ายๆ กับเส้นทางของหลายๆ ท่านที่กำลัง
อ่านบทความนี้ มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

บางคนอาจผ่านการเดินทางอันยาวนาน บางคนอาจเพิ่งจะเริ่มต้นก้าวย่าง แต่จุดหนึ่งที่พาเรามาพบกัน
ผมขอเรียกมันว่า “ศาลาพักร้อน”

วันแรกที่ย่างเข้ามาในศาลาแห่งนี้ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศแห่งความเป็นมิตรอบอวลไปทั่ว
ท้องฟ้าสดใส ทุกอย่างดูงดงามเสียทั้งหมด

ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามวิถีของมัน ศาลาพักร้อนแห่งนี้มีคนเข้าออกเป็นประจำ ผมกับเพื่อนๆ
ที่เข้ามาพร้อมกัน เริ่มมองเห็นรอยรั่วของหลังคา พื้นที่ผุพัง กลิ่นเหม็นเน่าจากสิ่งโสโครกที่ไม่ยอม
ทำความสะอาดกัน

ด้วยความที่เป็นผู้อาศัยใหม่ พวกผมได้อาสาที่จะปีนไปอุดรูรั่วของหลังคา ซ่อมพื้นที่ผุพัง และกำจัด
กลิ่นเหม็นให้หมดไป

ช่วงแรกๆ ที่พวกผมได้ลงมือกระทำ ก็ถูกคัดค้านจากคนเก่าว่า “ไม่ต้องไปทำมันหรอก อยู่อย่างนี้ดีแล้ว”
ผมถามเขาไปว่า “ถ้าหากฝนมันตกล่ะ พวกเราจะไม่เปียกกันหรือ” 
“ก็อย่าไปอยู่ตรงนั้นสิหลบมันเสียก็สิ้นเรื่อง” เช่นเดียวกับพื้นที่ผุพัง “ก็อย่าไปเหยียบตรงนั้น”
สำหรับกลิ่นเหม็นเน่า “ก็ออกห่างๆ มัน” คนที่มาอยู่ก่อนตอบพวกผม

แรกๆ ผมก็ไม่เข้าใจ พยายามจะทำให้มันดีขึ้นมาให้ได้ โดยมีเพื่อนๆ ที่เข้ามาพร้อมกันออกแรงช่วย
สุดท้ายพวกเราก็จำต้องอยู่ในสภาพเดิม แต่เรายังไม่ยอมแพ้

วันหนึ่ง ผมมีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน ขณะที่กลับมายังศาลาพักร้อนแห่งเดิม ผมคิดว่า น่าจะหาต้นไม้
หรือดอกไม้มาประดับไว้ที่ศาลาบ้าง เพื่อความร่มรื่นและสวยงาม

วันแรกที่ผมเริ่มลงมือปลูก ก็มีคนทัดทานว่า “ไม่ต้องปลูกมันหรอก” แต่ผมก็ดันทุรังแอบปลูกจนได้
เหตุผลของผมก็คือ ผมอยากให้ต้นไม้ต้นนี้แผ่ กิ่งก้านและให้ร่มเงากับผู้ที่จะเข้ามาทีหลัง
แต่ที่นี่เขาไม่ชอบไม้ยืนต้น เขาชอบปลูกผักชีกับถั่วงอก

แม้ผมจะจากศาลาพักร้อนแห่งนี้มาหลายปีแล้ว ทุกวันนี้ ต้นไม้ที่ผมปลูก ได้เติบใหญ่และออกดอกผล
ให้ผู้มาอาศัยได้เก็บกินอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งก็เกิดจากความดันทุรังของผมนั่นเอง

การเดินทางของผมยังไม่สิ้นสุด ผมจะแอบปลูกต้นไม้ที่ศาลาพักร้อนแห่งใหม่อีก.

หมายเหตุ บทความนี้ผมเขียนเมื่อต้นปี ๒๕๔๐ ในกระดาษสมุดและพับเก็บไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง เผอิญไปหยิบหนังสือเล่มนั้น
“โลก เหล้า และความรัก” ของ “โกวเล้ง” มาอ่าน ก็เลยเจอต้นฉบับ
คิดเอาเองว่า เรื่อง “ศาลาพักร้อน” นี้น่าจะให้แง่คิดกับใครสักคนบ้าง ก็เท่านั้นเองครับ.

Categories: เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน | Leave a comment

๙ มิถุนา อาลัยน้องรัก “จักรพันธ์ เจือจันทร์”

๙ มิ.ย.๒๕๕๔
หากน้องชายผมมีชีวิตอยู่ปีนี้คงอายุ ๓๘ ปีแล้ว ท่ามกลางข่าวความสูญเสียของผู้ป่วยจากโรคไข้เลือดออกตามสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ครอบครัวของข้าพเจ้าและครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักก็คงต้องหวนรำลึกถึงบุคคลที่จากด้วยโรคไข้เลือดออก มหันตภัยร้ายที่มนุษย์ยังไม่สามารถเอาชนะได้

ทุกๆ ปีในช่วงนี้มักจะมีข่าวคราวเรื่องของโรคไข้เลือดออกและการเสียชีวิตของผู้ป่วย หากย้อนหลังกลับไปเมื่อ ๑๖ ปีที่แล้ว น้องชายข้าพเจ้าเป็นกรณีตัวอย่างที่เสียชีวิตจากไข้เลือดออก เนื่องจากการวินิจฉัยโรคที่คลาดเคลื่อน เพราะอาการของโรคคล้ายกับไข้หวัด

น้องชายข้าพเจ้าจึงไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง กระทั่งต้องมาจบชีวิตลง หลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่กี่วัน

การสูญเสียน้องชายของข้าพเจ้า ได้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจความเป็นจริงของโลกใบนี้มากขึ้น

การศรัทธาในการสร้างความดี จึงเป็นหนทางหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าเพียรสร้างให้เกิดแก่ตน ก่อนที่ข้าพเจ้าจะต้องถึงจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกับน้องชายที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

ไม่ว่าช้าหรือเร็ว

เราทุกคนล้วนต้องเจอ

ด้วยจิตคารวะ

 
 

กราบสวัสดีงามๆ กับท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่านครับ ห่างหายไปนานมาก นานจนผมเองก็คิดว่าจะทำต่อหรือเปล่า

แต่ก็อย่างว่าละครับ ชีวิตทุกวันนี้ส่วนหนึ่งได้ผูกพัน พันผูกกับญาติสนิทมิตรสหายในโลก cyber ไปเสียแล้ว อีกส่วนหนึ่ง
ก็แนบแน่นและหลงเสน่ห์กับธรรมชาติที่มีแต่เอื้ออาทรต่อ
สรรพสิ่ง เลยจับสองสิ่งนี้มาเกี่ยวโยงกัน และปรับสภาพชีวิต
ตัวเองให้อยู่กับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ให้ได้

๙ มิ.ย. ๒๕๓๒ ย้อนหลังไปจากนี้ ๑๔ ปีในวัยหนุ่มน้อยของ
ผม ธรรมชาติได้สอนบทเรียนล้ำค่าที่มนุษย์ทุกคนจะต้องได้พานพบไม่ช้าก็เร็ว นั่นก็คือ “ความสูญเสีย” การพลักพรากจากสิ่งที่เรารัก

ครอบของของผมต้องสูญเสียน้องชายคนสุดท้องไปก่อนเวลาอันควร “จักรพันธ์ เจือจันทร์” เบ้ง ได้จากพวกเราไปด้วยวัยเพียง ๑๖ ปี จากการป่วยเป็นไข้เลือดออก

โลกและธรรมชาติ ได้ให้บทเรียนกับผมแล้วว่า “ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน” แต่ในวันนั้น วันที่วัยผมเพียง ๒๑ ปี ยากนักที่จะเข้าใจและทำใจได้

ผ่านมา ๑๗ ปีแล้ว ถึงแม้ความเศร้าโศก อาลัยอาวรณ์จะจางไปจางจิตใจของครอบครัวเราบ้างแล้ว แต่เรายังรำลึกถึง “เบ้ง” อยู่เสมอ

หากแต่ได้พึ่งหลักธรรม คำสอนของพุทธองค์ เป็นที่ยึดเหนี่ยว

“เป็นอะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนดี” ยังก้องอยู่ในมโนสำนึกของผมเสมอ เมื่อพ่อกับแม่บอกผมหลังจากทำพิธีฌาปนกิจน้องชายเสร็จแล้ว

เราไปลอยอังคารของเบ้งที่แก่งสะพือ จ.อุบลราชธานี สถานที่ที่เบ้งเคยลื่นล้มกระทั่งหัวแตกตอนวัยเด็ก
 

ปัจจุบัน ผมและน้องสาวมีครอบครัวหมดแล้ว
และได้กลับมาอยู่สุรินทร์ ส่วนที่รักเหมือนน้องชายอีกคนเอ้ หรือ เอเดรียน อดีตนักเรียนทุน AFS ที่เคยมาใช้ชีิวิตในประเทศไทยและพำนักอยู่ที่ครอบครัวของเราเมื่อปี ๒๕๓๑ และได้กลับมาทำงานที่กรุงเทพอยู่หลายปี ปัจจุบันกลับไปอยู่ที่ออสเตรเลียแล้ว

จักรวาล โลก และธรรมชาติ ได้มอบบทเรียนและความจริงของชีวิตให้ผมได้รับรู้แล้ว

และทุกชีวิตย่อมไม่อาจปฏิเสธบทเรียนนี้ได้ แน่นอนที่สุด บางคนอาจจะได้รับมากกว่าหรือน้อยกว่าก็สุดแท้แต่บุญกรรมที่สร้างสมไว้

ไม่อยากจะพูดว่าปลงหรือหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตทำนองนั้น ตรงกันข้าม กับวัยย่าง ๓๗ และประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ให้อะไรกับชีวิตพอสมควรแล้ว

กับชีวิตที่เหลืออยู่อีก โดยที่ไม่รู้ว่าเราจะจากโลกไปในวันไหน ขอมุ่งมั่นสานเจตนารมณ์ที่ตั้งมั่นไว้หลังจากที่ (คิดว่า) ค้นพบความจริงของชีวิตแล้ว

วันนี้ขออนุญาตไว้อาลัยให้น้องชายสุดที่รักของผมนะครับ

Categories: Uncategorized, ธรรมชาติ | Leave a comment

เวลา

นาฬิกาที่ผมใช้ประจำหยุดเดินไปหลายเดือนแล้ว สันนิษฐานว่าถ่านหมด เป็นนาฬิกาที่น้องสาวซื้อให้พ่อ แต่พ่อไม่เอา ผมเลยเอามาใช้ ซึ่งเรือนนี้ซื้อมาจากตลาดชายแดนใกล้ๆ จังหว้ดสุรินทร์ ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องยี่ห้อเท่าไหร่ รู้แต่ว่ามันสวยดี และก็บอกเวลาได้ตรงกับนาฬิการาคาแพงและราคาไม่กี่สิบบาท มันบอกเวลาเดียวกัน

วันนี้ ถือฤกษ์งามยามดี เอาไปเปลี่ยนถ่านใหม่ ระหว่างที่ช่างซ่อมนาฬิกาจัดแจงอยู่นั้น ผมก็ชวนคุยสัพเพเหระฆ่าเวลาไป มองไปในลิ้นชักโต๊ะช่าง เครื่องไม้เครื่องมือดูรกๆ ในสายตาของเรา แต่สำหรับช่างแล้ว ดูเหมือนจะเป็นระเบียบเรียบร้อย ตู้ซ่อมนาฬิกาที่ไหนๆ เป็นเหมือนกันหมด

ผมเคยรู้จักช่างซ่อมนาฬิกาคนหนึ่งที่ศีขรภูมิ บ้านเกิดเมืองนอนของผมเอง ซึ่งตอนนี้เส่ียชีวิตไปแล้ว เวลาไปซ่อมนาฬิกา ผมมักจะถามเขาอยู่เรื่อยว่า ซ่อมยากไหม เรียนมาจากไหน ซึ่งทุกครั้งที่ผมไปใช้บริการ เขาไม่เคยคิดเงินผมเลย เวลากลับบ้าน ผ่านบริเวณที่ตั้งร้านของเขาก็นึกถึงทุกครั้งไป

นาฬิกากับเวลาเป็นของคู่กันหรือไม่ หรือนาฬิกาเป็นเพียงตัวบอกเวลาเท่านั้น นาฬิกากับเวลาสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน

ถึงแม้นาฬิกาหยุดเดินแต่เวลายังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป นาฬิกาทุกคนบอกเวลาตรงกัน เวลาชีวิตของแต่ละคนที่มีชีวิตอยู่ในแต่ละวันก็เท่ากัน แต่เวลาชีวิตของคนไม่เท่ากัน

ในหนึ่งวันบางคนทำอะไรได้มากมายแต่ขณะเดียวกันบางคนอาจทำอะไรไม่ได้เลย

ในเวลาเดียวกันบางคนอยากให้เวลาหยุดอยู่กับที่แต่บางคนอยากให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องน่าแปลกหรือเป็นเรื่องธรรมดา

ว่ากันว่า เวลากลืนกินทุกสรรพสิ่งเพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ คนจีงพูดกันว่าจะทำอะไรก็รีบทำ เดี๋ยวไม่มีเวลาจะทำ

เรื่องเวลาเป็นเรื่องน่าคิด บางคนใช้เวลาเปลืองกับความคิด บางคนใช้เวลาเปลืองกับการทำ บางคนไม่ต้องการเวลาสำหรับอะไรเลย

แค่เอานาฬิกาไปซ่อม มันก็ให้แง่มุมแง่คิดอะไรกับชีวิตได้พอสมควร

แต่ที่แน่ๆ สุดท้ายแล้วเวลาของทุกคนต้องหมดไป.

Categories: เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน | Leave a comment

เริ่มใหม่

เว็บล่ม ต้องเริ่มใหม่อีกรอบ … เอ้า เชียร์…

ปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๑๓ แล้วครับพี่น้อง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยจิตคารวะ
กระดานดำออนไลน์ (คนเดิมเมื่อ ๑๓ ปีที่แล้ว — ฮา)

Categories: เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน | Leave a comment