ไปกรุงเทพฯ
ช่วงนี้ เขียนไม่ค่อยปะติด ปะต่อ มีข้อมูลและอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด จนเรียงลำดับความสำคัญไม่ค่อยจะถูก โดยเฉพาะเรื่องที่ไปอยู่ภูเก็ตตั้ง ๗-๘ วัน ไปสัมมนาระดับนานาชาติ เรื่องการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เอาไว้เรียบเรียงให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะเป็นงานวิชาการที่สำคัญ เอาย่อๆ ให้รับทราบคือเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสารวิทยาศาสตร์
รูปที่เอามาลงในเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องสื่อสารวิทยาศาสตร์นะครับ แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผม เมื่อ “บักบอย” วรัท พฤกษากุลนันท์ (เปลี่ยนชื่อนามสกุลจนผมไม่แน่ใจแล้วเนี่ย) ตอนนี้เป็นว่าที่ ดร.เรียบร้อยแล้ว ได้ชวนไปสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องงานวิจัยระดับดุษฎีนิพนธ์ที่ปทุมธานี เมื่อวันที่ ๒๔-๒๕ มิถุนายน ที่ผ่านมา
ที่ดีใจคือไปเจอพี่ๆ ในแวดวงเทคโนโลยีการศึกษาและด้านวิจัยคือ ไล่จากขวามาซ้ายนะครับ
อ.ดร.ไพฑูรย์ สีฟ้า เจ้าของเว็บ www.drpaitoon.com ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนด้านเทคโนโลยีการศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อายุราชการ ๒๔ ปีกว่าๆ แต่ลาออกมาเป็นพนักงานราชการ นับถือใจท่านมาก
ถัดมาคือ ผศ.ดร.ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์ เจ้าของเว็บ www.watpon.com เว็บนี้นักวิจัยรู้จักกันดี นี่ก็ลาออกจากข้าราชการมาเป็น พนักงานราชการ อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เช่นกัน
คนกลางคือ อ.ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข หรือพี่หน่องของผม เจ้าของเว็บ www.prachyanun.com นี่รู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่อยู่ภาควิชาโสตทัศนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พีหน่องเรียน ป.เอก ผมเรียน ป.โท พี่หน่องชอบว่าผมมันบ้า นี่ก็ลาออกจากจากข้าราชการมาเป็นพนักงานราชการเหมือนกัน มาเป็นอาจารย์อยู่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ
สรุปว่าทั้ง ๓ คนลาออกจากราชการมาเป็นพนักงานราชการ เช่นเดียวกันกับผมหมดเลย ไม่รู้ว่าใครบ้ากันแน่ตอนนี้
และเจ้าของงาน ว่าที่ ดร.วรัท นั่นแหละ เจ้าของ www.edtechno.com แวดวงเทคโนโลยีการศึกษา ไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นข้าราชการอยู่สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ส่วนหนุ่มเสื้อสีฟ้า นั่นแหละผมเอง ตอนนี้เป็นแค่นักศึกษาปริญญาเอก
ไปกรุงเทพฯ ครานี้ เกือบเอาตัวไม่รอนครับ ผมไม่ได้พักผ่อน เดินทางจากสุรินทร์ไปถึงดอนเมืองตีสี่กว่าๆ แล้วอาบน้ำที่บ้านบักบอยแล้วก็เลยไปที่สัมมนา
ตอนเที่ยงขณะที่ผมกินข้าว เกือบเป็นลมคาโต๊ะข้าวครับ หน้ามืด ตาลาย ใจสั่น ต้องมานั่งกึ่งนอนพักที่โซฟาหน้าล็อบบี้ของโรงแรม เกือบครึ่งชั่วโมง ดีขึ้น
ช่วงบ่ายๆ ก็ไปพักที่หอพักของบักโป๋ย ที่งามวงศ์วาน ก็ซึ้งน้ำใจเพื่อนครับ นั่งเป็นเพื่อนเฝ้าจนผมค่อยยังชั่ว ถึงออกไปทำงานเกือบๆ ๔ โมงเย็น
ตกค่ำอาการผมดีขึ้น ก็ไปกินอาหารอีสานบ้านเรา เท้าความถึงเรื่องหนัง สะบายดีหลวงพะบาง ที่ประสบความสำเร็จที่น่าภูมิใจ เอาไว้เล่าเรื่องยาวอีกรอบ

รุ้งกินน้ำมองจากห้องบักโป๋ย สวยงามมาก
นี่ถ้าสุขภาพผมแข็งแรงดี มองไปทางต้นสายรุ้งแล้ว รับรองได้เลยว่า ผมไปเยี่ยมเยียนพี่น้องพันธมิตรที่สะพานมัฆวาน แน่นอนครับ พี่น้อง





